วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

The Greatest Game Ever Played

ชนชั้นที่ไม่มีสิทธิ์เล่นกอล์ฟ
เหมือนที่ ‘มอริสซี่’ บอกเอาไว้ “เพียงแค่สิ่งเล็กๆก็ทำให้เกิดสิ่งแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้” เช่นเดียวกับ ‘แฮร์รี่ วาร์ดอน’ และ ‘ฟรานซิส อุยเม็ต’ ในภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Game Ever Played ที่ได้จารึกความยิ่งใหญ่ของพวกเขาไว้ในประวัติศาสตร์ จากเดิมที่พวกเขาเป็นเพียงเด็กที่ดูไม่มีความสลักสำคัญอะไรนักบนโลกนี้

หนังเรื่องนี้ถึงไม่ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟก็สามารถที่จะสนุกไปกับภาพยนตร์ได้ เพราะสิ่งที่จะได้จากภาพยนตร์ The Greatest Game Ever Played ไม่เพียงแค่ความตื่นเต้นจากเกมการแข่งขัน แต่ยังมีอีกหลายแง่หลายมุมที่เปี่ยมด้วยความน่าประทับใจ จนรู้สึกมหัศจรรย์ว่าเพียงภาพยนตร์เรื่องๆเดียวนี้ ทว่ากลับแฝงความหมายที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างมากมายเหลือเกิน ถ้าพูดถึงชื่อ แฮร์รี่ วาร์ดอน นักกอล์ฟน้อยรายที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ วาร์ดอนคือโปรกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ในช่วงตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20 สถิติแชมป์ British Open 6 สมัย และเป็นต้นแบบการจับกริฟที่เรียกว่า Overlaping ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นอย่างมาก 
ชื่อของอีกคนคือ ฟรานซิส อุยเม็ต เด็กหนุ่มที่ชนะในรายการ U.S. Open เมื่อปี 1913 โดยการคว่ำแชมป์ British Open อย่าง แฮร์รี่ วาร์ดอน และ เท็ด เรย์ ภาพของอุยเม็ตหมุ่มเป็นที่จดจำได้ดีของผู้คนกับการที่เขามีแคดดี้เป็นเด็กชายตัวเล็กๆอายุ 10 ขวบ ซึ่งคอยแบกถุงกอล์ฟตลอดการแข่ง U.S.Open ครั้งนั้น

ทั้ง แฮร์รี่ วาร์ดอน และ ฟรานซิส อุยเม็ต ต่างก็มีพื้นเพที่ไม่ได้ต่างอะไรจากกันนัก คนทั้งสองเกิดมาในช่วงยุคสมัยที่กีฬากอล์ฟกำลังบุกเบิก และยังเป็นช่วงที่สิทธิของผู้เล่นกอล์ฟมีเพียงผู้ดีมีชาติตระกูลเท่านั้น ในตอนนั้นเป็นเรื่องที่แปลกเกินไปสำหรับคนจากครอบครัวยากจนธรรมดาสามัญที่จะจับไม้กอล์ฟมากไปกว่าการจับเพื่อยื่นส่งให้บรรดาผู้ดีในฐานะแคดดี้



ในภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Game Ever Played เล่าตั้งแต่สมัยวัยเด็กของวาร์ดอน ซึ่งอยู่ในครอบครัวชาวไร่  เด็กชายวาร์ดอนไม่เคยรู้จักสิ่งที่เรียกว่าไม้กอล์ฟมาก่อน จะมีก็แต่เพียงด้ามจอบ คราด เสียม และอุปกรณ์ทำไร่ทำนาต่างๆที่พอจะคุ้นเคย กระทั่งการมาถึงของบรรดาชายชุดดำที่เข้ามาทำรังวัดในพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟ ในตอนนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของวาร์ดอนในการได้ทำความรู้จักกับกีฬาที่เรียกว่า ‘กอล์ฟ’ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาถูกตราหน้าจากบรรดาชายชุดดำว่ากีฬากอล์ฟนั้นมีเพียงคนสูงศักดิ์เท่านั้นที่สามารถเล่นได้ ซึ่งต่อมาคำพูดเหล่านั้นกลายเป็นความฝังใจของวาร์ดอนไปตลอด
ตัดมาที่อีกหลายปีต่อมา ฟรานซิส อุยเม็ต เด็กอเมริกันที่หลงใหลในกีฬากอล์ฟ แต่เขาก็เป็นอะไรไม่ได้มากไปกว่าแคดดี้ ตราบใดที่เขาไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่าสูงศักดิ์ อุยเม็ตเติบโตด้วยการถูกปลูกฝังจากผู้เป็นพ่อเกี่ยวกับวิธีการมีชีวิตที่ดี ซึ่งสำหรับคนอย่างพวกเขาคือ ทำงานให้หนักและอดออม นั่นเป็นหนทางเพียงอย่างเดียวในการร่ำรวยจากการทำงานสุจริตที่พ่อของอุยเม็ตรู้จัก ไม่มีเรื่องโชค หรือทางลัด ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องหวังลมๆแล้งๆทั้งสิ้น ความคิดนี้ส่งผลให้ในเวลาต่อมาพ่อลูกคู่นี้เกิดร้อยร้าวขึ้นมา



ขณะที่อุยเม็ตได้พียงแต่เป็นแคดดี้หิ้วถุงกอล์ฟเดินตามผู้รากมากดีแลกกับรายได้เล็กๆน้อยๆ เขามักคิดเสมอว่านอกจากการหิ้วถุงกอล์ฟในสนามกอล์ฟ สักวันเขาอาจมีโอกาสได้จับไม่กอล์ฟและก็หวดมันเป็นจริงเป็นจังบ้าง ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ได้รับการยอมรับและเขาก็รู้ดีว่าจะไม่มีวันที่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น วันคืนผ่านไป ที่ดีที่สุดก็แค่ได้นึกฝันและมองภาพที่ยิ่งใหญ่ของโปรกอล์ฟซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง แฮร์รี่ วาร์ดอน ซึ่งสำหรับอุยเม็ตเองมองในฐานะของฮีโร่มาโดยตลอด ทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยรู้ว่าที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ วาร์ดอนเองก็ไม่ได้มีฐานะดีเด่อะไรไปกว่าเขาเลย

ด้วยความมุ่งมั่นและโอกาสที่แวะเข้ามาเยือน อุยเม็ตไม่ยอมพลาดเด็ดขาดเมื่อเขาได้รับข้อเสนอให้ลงแข่งขันรายการกอล์ฟระดับเยาวชน นั่นเป็นข้อเสนอที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในชีวิตและไม่คาดฝันสำหรับเขา ทว่าอุปสรรคมากมายได้เกิดขึ้น พ่อที่ไม่สนับสนุนในการดำเนินทางแนวนี้ของลูกชาย ความหวาดกลัวที่จะเห็นลูกตนเองไร้ศักดิ์ศรีในหมู่ผู้สูงศักดิ์ รวมทั้งในตอนนั้นใครจะเชื่อว่าการเล่นกอล์ฟจะทำให้ร่ำรวยขึ้นมาได้ มันเป็นแค่กีฬาเพื่อความสนุกในหมู่คนรวยเท่านั้น นอกจากนั้นในสนามอุยเม็ตยังต้องพบกับความประหม่าของตัวเอง เพราะมันเป็นการแข่งขันครั้งแรกของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดเข้ารบกวนจิตใจจนในที่สุดเกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฟรานซิส อุยเม็ต

แต่ชัยชนะมักเริ่มต้นจากความพ่ายแพ้เสมอ (หรือไม่ก็บ่อยครั้งที่เป็นเช่นนั้น) หลายปีผ่านไปอุยเม็ตเก็บความปรารถนาในกีฬากอล์ฟไว้ในลิ้นชักจิตใจที่แกล้งทำเป็นลืมว่ากุญแจอยู่ไหน ทั้งๆที่มันไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้แต่แรก อุยเม็ตพยายามลืมเรื่องการเล่นกอล์ฟและความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศ หันมาอุทิศตนให้กับความคาดหวังของพ่อด้วยการทำงานธรรมดาเหมือนคนทั่วไป แต่ตลอดมากอล์ฟก็ยังเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจเขาเสมอ 

เป็นอีกครั้งที่โอกาสแวะเวียนกลับมาหาอุยเม็ตอีกครั้ง แม้จะลังเลและรู้สึกลำบากใจ ทว่าในท้ายสุดเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความต้องการที่แท้จริง โดยเฉพาะชื่อผู้เข้าลงแข่งขันเช่น แฮร์รี่ วาร์ดอน ที่ยั่วยวนความปรารถนาของเขา และแล้วอุยเม็ตก็รับข้อเสนอในการเข้าแข่งขันรายการกอล์ฟที่มีชื่อว่า U.S. Open    



ครั้งที่สองในสนามการแข่งขัน อุยเม็ตก็ยังคงประสบกับปัญหาที่เข้ารบกวนจิตใจของเขาเหมือนเช่นเคย ทว่าด้วยความโชคดีบนความโชคร้าย แคดดี้ของอุยเม็ตซึ่งถูกนักกอล์ฟคนอื่นซื้อตัวไป ทำให้อุยเม็ตต้องควานหาแคดดี้คนใหม่ ซึ่งสำหรับเขาดูไร้ความหวัง แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ดังนั้น เอ็ดดี้ โรเวอรี่ เด็กชายวัย 10 ขวบที่โดดเรียนมารับหน้าที่อย่างมุ่งมั่นจึงกลายมาเป็นแคดดี้คนใหม่ของเขา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องน่าขัน แต่ทุกครั้งที่อุยเม็ตเกิดความกังวล เอ็ดดี้ก็มักเป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดายด้วยคำพูดที่โตเกินวัย

นั่นคือการแข่งขัน U.S. Open ในปี 1913 เป็นปีที่มีเด็กหน้าใหม่จากชนชั้นกลางธรรมดานามว่า ฟรานซิส อุยเม็ต เข้าร่วมการแข่งขัน และสามารถไปได้ไกลจนถึงการชิงชัยกับสุดยอดโปรกอล์ฟแห่งยุค แฮร์รี่ วาร์ดอน ซึ่งว่ากันว่าเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่ง และเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่อุยเม็ตเคยเล่นมา

การแข่งขันซึ่งจบลง ทุกอย่างคลี่คลายด้วยการถ่ายทอดให้เห็นถึงการยอมรับในตัวของคนเล็กๆไม่กี่คน เมื่อกฎเกณฑ์ที่ไร้เหตุผลถูกละเลยไป มันก็ไม่มีใครที่จะบอกได้ว่าเราสามารถทำหรือไม่ทำอะไรได้บ้าง เมื่อเสียงปรบมือดังก้องจนหูอื้อ นั่นคือสิ่งที่บอกว่าสิ่งที่ดีอีกเรื่องได้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น