
ถามอย่างนี้, ถ้าคนไม่รักกันจริงอาจจะถือว่าเป็นการถาม “กวนอวัยวะส่วนล่าง” เพราะคนเราทุกคนถือว่าที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะหายใจ...ดังนั้น, ทุกย่างก้าวของชีวิตประจำวันก็คือการหายใจ
แล้วใครเล่าหายใจไม่เป็น?
คำตอบก็คือคนส่วนใหญ่หายใจไม่ถูกและทำให้เสียศักยภาพของการหาความสุขและเปรมปรีด์จากการหายใจที่ถูกต้อง
คนอ่านข่าวและร้องเพลงที่มีความสามารถจะถูกสอนให้หายใจทาง “กะบังลม” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า diaphragm แทนที่จะหายใจแบบผิด ๆ เฉพาะทางปอด เพราะเคยถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าให้ “หายใจให้เต็มปอด” ทั้ง ๆ ที่นั่นมิใช่วิธีการหายใจที่จะทำให้ร่างกายมีพลังเต็มที่
คนอ่านข่าวที่หายใจทางปอดหรือเพียงแค่หน้าอกจะไม่สามารถออกเสียงให้มีน้ำหนักและพลังเท่ากับคนที่เรียนรู้วิธีเปล่งเสียงดังและยาวด้วยการหายใจทางกะบังลม
วันก่อนได้อ่านตำรา “เต๋าแห่งสุขภาพ” ของปิซง กัวและแอนดรู พาวเอ็ลที่แปลโดยคุณประชา หุตานุวัตรและสุรชัย ทรงถาวรทวีเกี่ยวกับประเด็น “ศิลปะแห่งการหายใจ” แล้วก็ได้ความรู้ว่าเป็นแนวคิดแบบเดียวกับที่ผมได้รับรู้ผ่านการอ่านและฝึกฝนมา
ท่านเรียกว่าเป็นการ “หายใจด้วยท้องน้อย”
การรู้จักหายใจให้ถูกต้องเป็นความสุขที่สร้างพลังอย่างมหันต์ แต่คนในสังคมเร่งร้อนปัจจุบันมักจะมองข้ามความสำคัญของการเรียนรู้วิธีการหายใจที่ได้ผลต่อสุขภาพประจำวันอย่างแท้จริง
ตำรา “เต๋า” บอกว่าการหายใจด้วยท้องน้อยจะดันกะบังลมให้แผ่ขยายออก และเพราะมีเส้น “ชี่” สำคัญ ๆ 9 เส้นพาดผ่านกะบังลม, การหายใจที่ทำให้กะบังลมขยายออกจึงเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดด้วย
และการหายใจผ่านท้องน้อยอย่างนี้ยังเท่ากับเป็นการนวดอวัยวะภายในช่องท้อง และเมื่อหายใจเข้าลึก, หน้าท้องขยายออก, กะบังลมจะลดต่ำลง, ทำให้อากาศถูกดึงเข้าไปถึงปลายปอด, ปอดจึงสามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น
ไม่ว่ายืน, นั่ง, นอนก็ใช้วิธีการหายใจด้วยท้องน้อยได้ทั้งสิ้น
ตำราเขาบอกว่าการหายใจด้วยท้องน้อยนั้นต้องปล่อยให้ร่างกายทุกส่วนผ่อนคลาย นำความรู้สึกทั้งหมดมาวางไว้ที่จด “ตันเถียงล่าง” ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่บนเส้น “ชี่” กลางลำตัว, ตำแหน่งอยู่หลังสะดือและอยู่หน้าไต
วิธีทำเขาสอนให้วางมือทั้งสองทับซ้อนกันเหนือสะดือ, ปล่อยให้มือผ่อนคลายสบาย ๆ ...หายใจออกพร้อมกับเปิดปากเล็กน้อย ขณะที่หายใจออก, หดกล้ามเนื้อท้องเบา ๆ หน้าอกผ่อนคลายและนิ่ง...รู้สึกได้ว่า “ชี่” เก่า ๆ กำลังถูกบีบดันจากท้องน้อยออกไปพร้อมกับลมหายใจออก
จากนั้นให้ปิดริมฝีปาก, ใช้ปลายลิ้นแตะฐานเพดานบนหลังฟันหน้าเบา ๆ...อย่าลืมยังรักษาหน้าอกให้นิ่ง หายใจเข้าช้า ๆ ผ่านรูจมูก
ระหว่างหายใจให้จินตานการว่าอากาศค่อย ๆ เคลื่อนลงไปช้า ๆ จนถึงจดตันเถียนล่าง เมื่ออากาศเคลื่อนเข้าไปจนเต็ม หน้าท้องจะค่อย ๆ พองขึ้น จนอากาศเต็ม, ก็หยุดหายใจ
จากนั้นก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางรูจมูกอย่างอ่อนโยนจนหน้าท้องแฟบลง ทุกครั้งที่หายใจเข้า, ก็ให้จินตนาการว่ากำลังรับ “ชี่” หรือพลังบริสุทธิ์เข้าร่างกาย และเมื่อหายใจออก, ให้รู้สึกว่าชี่เก่าที่ตกค้างอยู่กำลังถูกผลักดันออกไป
ผมสอนวิธีหายใจให้ถูกต้องกับคนอ่านข่าวและพิธีกรทีวีและวิทยุก็ด้วยเหตุผลของการสร้าง “พลังเสียง” ให้กับคนอาชีพที่ต้องอาศัยการนำเสนอที่มีทั้งเสียงและจังหวะการรายงานและพูดจาที่น่าฟังและทำให้คนดูคนฟังมีความประทับใจ
ซึ่งตรงกับที่หนังสือ “เต๋าแห่งสุขภาพ” บอกไว้อย่างน่าสนใจยิ่งว่าอย่างนี้
“...ผู้ที่ฝึกหายใจด้วยท้องน้อยอยู่เป็นประจำ จะมีระบบการไหลเวียนดีขึ้น ปอดก็แข็งแรงขึ้น เวลาพูดไม่รีบร้อน มีจังหวะจะโคน น้ำเสียงมั่นคงและดึงดูดให้คนสนใจฟังได้อย่างเป็นธรรมชาติ...ในระหว่างประโยค, เขาจะหายใจจากจุดตันเถียนล่างที่ท้องน้อย น้ำเสียงมีพลังเพราะการหายใจด้วยท้องน้อยจะทำให้สร้างพลังชี่ขึ้นใหม่ และไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง...”
เชื่อไหมว่าถ้าหายใจเป็นแล้ว, อาการสั่น, ประหม่า, เครียดที่เคยประสบเวลาต้องพูดหรือปรากฏต่อหน้าคนอื่นจะหายใจเนื่องเพราะความมั่นใจจะมากับการหายใจที่ถูกต้อง
ผมแนะนำให้ทำอย่างง่าย ๆ ทั้งแต่วันนี้...คืนนี้, ก่อนนอน, ตอนนอนลง, ให้เอาหนังสือหนึ่งเล่มวางตรงท้องน้อย...หายใจเข้า, ให้หนังสือขยับขึ้น, หายใจออก, ให้หนังสือเล่มนั้นขยับลง...
เท่านี้แหละจะรู้ว่าการหายใจที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
แล้วคุณจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ทั้ง ๆ ที่อากาศเป็นของฟรี, เราก็ยังไม่เคยใช้มันให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง...มัวแต่ไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในเรื่องไร้สาระที่ทำให้เครียดจนสุขภาพกลายเป็นปัญหาประจำวันเสียอย่างนั้นแหละ
ลองดูครับ, แล้วจะรู้ว่าที่ผมพูดถึงการหายใจที่ถูกต้องนั้นมันเป็นอย่างไรกันแน่
ขอบคุณข้อมูลจาก : ข้อคิดความเห็นว่าด้วยวิถีชีวิต, วิธีคิด, อาหารปาก, อาหารสมองของคนบ้าข่าว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/suthichai
Permalink : http://www.oknation.net/blog/suthichai
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น