TRIP

แอ่วเชียงใหม่ เคาะประตูบ้านม้ง...ชมวิถีชีวิตธรรมชาติ

ลมร้อนแห่งเดือนเมษายนมาเยือน อากาศร้อนกับอากาศหนาวสลับสับเปลี่ยนจนหลงฤดู ทุกวันนี้หลายคนไม่กล้าคาดเดาสภาพดินฟ้าอากาศ แดดจ้าเหมือนไม่มีฝนตก แต่กลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา บนพื้นผิวโลกใบนี้เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงจากธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มย่างกลายเข้ามาเยือนจนมนุษย์อย่างเราไม่สามารถตั้งรับได้ทัน หลายจังหวัดในพื้นที่ของภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนทางภาคเหนือก็ต้องคอยเฝ้าระวังดินถล่ม ดินสไลด์ตามแนวชายเขา ส่วนอีสานก็ร้อนแห้งแล้งจนขาดน้ำ เอาแน่อะไรไม่ได้กับบนโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้อยู่กับสติ สิ่งสำคัญเสาะแสวงหาความสุขในแบบฉบับของตนเองอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน


Anantara Kihavah Villas in Maldives by Anantara Resorts

Anantara Resorts has opened the Anantara Kihavah Villas last February. Located on Kihavah Huravalhi in the Maldives, the resort is just 35 minutes by seaplane from Male International Airport.


The Anantara Kihavah features 74 one-bedroom villas and 4 two-bedroom residences ranging from 2,800 to 9,250 square feet, designed in timber and marble, with infinity-edge pools, expansive wooden sun decks, outdoor rain showers, and oversized bathtubs for two.


Besides its “jungle spa,” one of the most exciting features of this new resort is the underwater restaurant and wine cellar, billed as unique among the world’s resorts.
Rates start at $1,170 per night for a beach pool villa up to $6,625 for a two bedroom over water pool residence.

Grace Santorini Hotel by Divercity and mplusm Architects

Grace Santorini Hotel by Divercity and mplusm Architects

Grace Santorini is an exclusive 20-room hotel and a member of the award winning Grace Hotels Group. Designed by Athens-based studio Divercity Architects in collaboration with mplusm. The hotel is included in Tatler’s 2011 list of the 101 Best Hotels in the World. Located in the beautiful setting of Imerovigli in the northwest of the island, high above the Caldera, the Grace Santorini is the perfect vantage point from which..

เที่ยวเมืองร้อยเกาะ ท่องทะเลสุราษฎร์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ ททท. เพชรบุรี และ ททท. สมุทรสงคราม เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ความงดงามของแหลงท่อง เที่ยวริมอ่าวไทยใกล้กรุงฯ ใน 4 จังหวัดภาคกลาง คือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมพาชมสุดยอดแหล่งเที่ยวUnseen version 3 ที่งดงามตระการตา บนเส้นทาง Charming of the Royal Coast" หรือ "มนต์เสน่ห์ ทะเล วัง" แต่มีไหนบ้างนั้น ตามสนุก! ท่องเที่ยว ไปชมความงดงามกันได้เล 
เกาะนางยวน

เกาะสมุย

เกาะพะงัน
เกาะนางยวน

หมู่เกาะอ่างทอง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คู่หูเดินทาง, คุณ nicemagic, คุณ ichewz, ททท. และ สำนักอุทยานแห่งชาติ              

          ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองร้อยเกาะอยู่แล้ว สำหรับ "จังหวัดสุราษฎร์ธานี" เพราะเต็มไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อยมากมาย เช่น เกาะสมุย เกาะพะวัน เกาะเต่า เกาะริกัน เกาะหลัก เกาะนกเภา เกาะกล้วย เกาะพลวย เกาะปราบ เกาะแตน เป็นต้น จึงไม่แปลกหากใครอยากไปสัมผัสกับท้องทะเลสวย ๆ น้ำใส ๆ แล้วชื่อของสุราษฎร์ธานี จะโดดเด่นเด้งมาเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปล่องเมืองร้อยเกาะ "สุราษฎร์ธานี" ชื่นชมกับความงามของท้องทะลฝั่งอ่าวไทยกัน 
เกาะสมุย
   
เกาะสมุย
เกาะสมุย
         เริ่มกันที่ เกาะสมุย  สวรรค์กลางอ่าวไทย เพราะเกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก 84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา รวมถึงชายหาดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับท้องทะเลและทิวต้นมะพร้าว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เกาะสมุย ยังคงเรียกนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้อยู่หมัด ไม่เสื่อมคลาย 

          อาจเพราะ เกาะสมุย มีหาดทรายสวยทรายขาวหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม เป็นต้น นอกจากทะเลสวยน้ำใส เกาะสมุย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายรูปแบบ เช่น หินตาหินยาย น้ำตกหน้าเหมือง วัดพระใหญ่ หรือศูนย์วัฒนธรรมวัดละไม ทั้งหมดล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปเกาะสมุยมาแล้ว ต้องหวนกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงอาหารทะเลสด ๆ ก็ชวนให้นึกถึง โดยช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด 
เกาะพะงัน

เกาะพะงัน
เกาะพะงัน 
เกาะพะงัน
          ต่อด้วย  เกาะพะงัน  ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน เพราะเป็นเกาะที่สวยงามและมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ด้วยน้ำทะเลสะอาดใส หาดทรายเนียนละเอียด ทำให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับความสนใจของชาวต่างชาติอย่างมาก ยิ่งในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง เกาะพะงันจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นสถานที่จัดฟูลมูนปาร์ตี้  กิจกรรมริมหาดยามค่ำคืนระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ณ บริเวณหาดริ้น จึงเป็นที่ร่ำลือกันว่า เกาะพะงัน นั้นเป็นสถานที่ชมพระจันทร์เต็มดวงได้งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          แต่ใช่เพียงงานปาร์ตี้รื่นเริงและแสงจันทร์เท่านั้น ที่ทำให้ผู้คนรู้จักเกาะพะงัน ธรรมชาติก็เป็นจุดเด่นอีกอย่าง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เช่น หาดศรีกันตัง ชายหาดเงียบสงบ ร่มรื่น ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม น้ำทะเลของที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษ เพราะชายหาดสวยและน้ำทะเลใสกว่าเดือนอื่น ๆ หาดท้องนายปาน เป็นหาดที่สงบ ร่มรื่น บรรยากาศเป็นส่วนตัว เหมาะกับการลงเล่นน้ำ อาบแดด และทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ เกาะพะงันมี สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งป่าเขา น้ำตก ชายหาด ท้องทะเล วัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เช่น อุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ หาดริ้นนอก หาดท้องนายปานใหญ่ หาดท้องนายปานน้อย เป็นต้น
เกาะเต่า
          จากนั้นก็ต้องไปลัลลา  เกาะเต่า  เกาะที่ตั้งโดดเดี่ยวในอ่าวไทย อยู่ห่างจากอำเภอเกาะพะงัน 45 กิโลเมตร ในอดีตเกาะแห่งนี้ถูกกรมราชทัณฑ์ ใช้เป็นเรือนจำกักขังนักโทษการเมือง (กบฎบวรเดช) สมัยการปกครองของคณะราษฎร์ แต่ปัจจุบันเป็นแหล่งดำน้ำติดอันดับโลก เพราะความงดงามที่ธรรมชาติปั้นแต่งขึ้น ท่ามกลางน้ำทะเลสีครามของอ่าวไทย มีหาดทรายขาวละเอียด ธรรมชาติสวยงาม และมีความสมบูรณ์ทางทะเลด้วยหมู่ปลาน้อยใหญ่ ที่สำคัญคือแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ซึ่งมีพื้นที่ทอดยาวประมาณ 8 กิโลเมตร 

          ซึ่งการดำน้ำเป็นจุดสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะนี้ เพราะมีทั้งจุดดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น ซึ่งรอบ ๆ เกาะเต่ามีจุดดำน้ำลึกให้เราได้พบความตระการตาของโลกใต้ทะเล หรือหากใครอยากชื่นชมธรรมชาติรอบเกาะ ก็แวะลงเล่นน้ำได้ เนื่องจากวิวทิวทัศน์รอบเกาะนั้นสวยงาม น้ำสะอาดใสเย็นเป็นที่น่าประทับใจ รวมถึง เกาะเต่า รายรอบด้วยอ่าวและหาดทรายที่สวยงามมากมายรอบเกาะ โดยมี หาดทรายรี เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะ อ่าวมะม่วง เป็นอ่าวที่น้ำลึกพอสมควร มีแนวปะการังสวยงาม และเป็นจุดสำหรับนักดำน้ำเริ่มต้น นอกจากนี้ มีหาดปะการัง อ่าวโฉลกบ้านเก่า หาดแม่หาด อ่าวแหลมเทียน อ่าวหินวง อ่าวเทียนนอก จุดชมวิวนางยวน ฯลฯ
เกาะนางยวน

เกาะนางยวน
          แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจใกล้ ๆ กันอีกแห่งคือ  เกาะนางยวน  อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า เป็นเกาะที่มีเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะเชื่อมต่อถึงกันด้วยสันทรายสีขาว เหมือนถนนธรรมชาติที่เชื่อมเกาะให้เดินถึงกันได้ ยามเมื่อน้ำลดระดับลง รอบ ๆ เกาะสวยงามด้วยน้ำใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล ดำน้ำดูปะการัง เพราะเป็นเกาะที่มีปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกที่ยังสมบูรณ์และสวยงาม และนักนิยมดำน้ำมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ 

          นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวที่สวยงาม โดยต้องเดินขึ้นไปบนยอดประมาณ 20 นาที ด้านบนเป็นลานหินกว้าง สำหรับนั่งชมวิวทิวทัศน์หาดทรายขาว สันทรายเชื่อมต่อกันอย่างสวยงาม และน้ำทะเลสีเขียวใสที่อยู่ล้อมรอบเกาะ อีกทั้งยังมีที่พักเอกชนที่ปลูกอยู่ตามไหล่เขา สามารถมองเห็นความงามของท้องทะเลได้อยู่หนึ่งแห่ง สำหรับการเดินทาง เช่าเรือหางยาวจาก เกาะเต่า หรือใช้บริการนำเที่ยวดำน้ำ เกาะเต่า เกาะนางยวน ไปเช้าเย็นกลับจาก เกาะสมุย
หมู่เกาะอ่างทอง

หมู่เกาะอ่างทอง

          ปิดท้ายที่  หมู่เกาะอ่างทอง  หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ประมาณ 40 เกาะ จากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติมีจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขา ระยะทางประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาว ด้วยรูปร่างต่าง ๆ สวยงามแปลกตา ตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ สวยงามโดดเด่นแตกต่างกันไป บางเกาะหาดทรายมีสีขาวบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด หลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ 
หมู่เกาะอ่างทอง
หมู่เกาะอ่างทอง
          และที่ เกาะแม่เกาะ ยังมี "ทะเลใน" เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ หรือทะเลสาบกลางภูเขา ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน นอกจากนี้ บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น เกาะท้ายเพลา เกาะวัวกันตัง เกาะหินดับ ซึ่งแต่ละที่นั้นมีความสวยงามน่าประทับใจไม่แพ้กัน 

          อย่างไรก็ตาม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 077 288817 - 9 
เกาะสมุย

เกาะสมุย
การเดินทาง 

          สุราษฎร์ธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 685 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

           โดยรถไฟ : การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกวัน (สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีอยู่ในอำเภอพุนพิน) ทั้งรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9-11 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 
www.railway.co.th

           โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา จนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 685 กิโลเมตร

           โดยรถประจำทาง : มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี กรุงเทพฯ-เกาะสมุย และกรุงเทพฯ-เกาะพะงัน ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 
www.transport.co.th ซึ่งปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

           โดยเครื่องบิน : การบินไทยและไทยแอร์เอเชียมีเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน และบางกอกแอร์เวย์ส มีเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลการเดินทาง ตารางเที่ยวบิน และสำรองที่นั่งได้ที่ การบินไทย โทร. 0 2356 1111 www.thaiairways.co.th บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 0 2270 6699 www.bangkokair.com ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 www.airasia.com

          ส่วนการเดินทางโดยเรือจากฝั่งไปยังเกาะต่าง ๆ มีเรือเฟอร์รี เรือนอน และเรือเร็วของบริษัทเอกชนหลายรายออกจากท่าเรือดอนสักไปยัง เกาะสมุย และ เกาะพะงัน วันละหลายเที่ยว เรือเฟอร์รีสามารถบรรทุกรถยนต์ข้ามไปได้ ค่าบริการคิดตามขนาดของรถและจำนวนคน และมีเรือโดยสารวิ่งบริการระหว่างเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ทุกวัน
คัดลอกข้อมูลจาก : http://travel.kapook.com/view27597.htm



10 สุดยอดที่เที่ยวฮอตสวนผึ้ง ราชบุรี ห้ามพลาด!!


สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง ภูมิประเทศของสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตก กั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า การเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆ จากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลายทั้งจากธรรมชาติสร้างและฝีมือมนุษย์รังสรรค์ ที่สำคัญมาเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าหนาวอากาศจะดีมากๆ บ้างก็ว่าเหมือนกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้างก็ว่าเหมือนประเทศนิวซีแลนด์ ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ตลอดระยะทางจากอำเภอจอมบึงมุ่งหน้าสู่อำเภอสวนผึ้งตลอดระยะทางเราจะพบเห็น บรรดาร้านกาแฟน่ารักๆ ซึ่งมีอยู่หลายร้าน บางร้านก็เปิดทุกวัน บางร้านก็เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เพื่อขายเฉพาะวันหยุดเท่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีอยู่มากมายหลายแห่ง ดังนี้


โป่งยุบ
เป็นการยุบตัวของพื้นดินที่มีลักษณะเป็นหลุม มีความลึกประมาณ 3-5 เมตร ต้องเดินด้วยความระมัดระวังเพราะบางจุดนั้นลึกมากๆ เหมือนกับเป็นเหวขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก การเกิดขึ้นของโป่งยุบ สันนิษฐานว่าเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้แผ่นดินยุบตัวลงแล้วกลายเป็นหน้าผาสูงชัน กินเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่ของเอกชน คิดค่าใช้จ่ายในการเข้าชมตั้งแต่ 40 - 400 บาทแล้วแต่จำนวนคนและขนาดของรถ สอบถามรายละเอียดโทร. 08-1255-7500

The Scenery Resort & Farm
ขับตรงขึ้นไปจากบ้านหอมเทียนจะเจอสามแยกให้เบี่ยงออกไปทางซ้ายแยกภูผาผึ้งรีสอร์ท ขับตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เป็นที่ที่ทำให้คนรู้จัก สวนผึ้งกันอย่างแพร่หลาย "The Scenery Resort & Farm" รีสอร์ทสวย ที่มีสนามหญ้าเขียวสด ลายล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนและฝูงแกะสีขาวหลายสิบตัวที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างน่ารัก แน่นอน! กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การให้อาหารแกะรวมถึงการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้องแกะนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีมุมสวยๆ ที่ทางรีสอร์ทได้เซ็ทอัพขึ้นเพื่อให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แกะที่นี่จะเป็นพันธุ์ผสมชื่อว่า พันธ์คาทาดิน ซึ่งมีความทนต่อสภาพภูมิอากาศ เสียค่าเข้าชมท่านละ 40 บาท จะได้รับหญ้าเนเปียสำหรับเลี้ยงแกะ 1 กำ แต่ถ้าหากไม่พอก็สามารถซื้อเพิ่มได้ในราคากำละ 20 บาท ด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งของร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร เปิดให้บริการทุกวัน : วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-18.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 9.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 08-5488-9905 หรือ www.sceneryresort.com

น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน
อยู่ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึง 1 กม. ตอนที่เราไปน้ำออกจะสีแดงสักหน่อย เนื่องจากมีฝนตกบนภูเขา จากลานจอดรถต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร ระยะทางในการเดินชมน้ำตกแต่ละชั้นไม่ไกลกันมากนัก บริเวณต้นน้ำของน้ำตก ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีน้ำซึมซับตลอดเวลา ก่อให้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติ ไหลผ่านจากตอนกลางของภูเขา มายังบริเวณด้านล่าง นับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร แต่สามารถเที่ยวได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก หินบริเวณน้ำตกชั้นต่างๆ เป็นหินแกรนิต ป่าส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเบญพรรณ เช่น ยาง เต็ง แดง ประดู่ ชิงชัน รัง มะค่าโมง ฯลฯ มีจุดกางเต้นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านบน
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง
ตรงขึ้นไปจากซีนเนอร์รี่ฯ เจอสามแยกให้เลี้ยวขวาแล้วขับรถตรงขึ้นไปอีกสังเกตุซ้ายมือจะมีป้ายธารน้ำ ร้อนบ่อคลึง ลักษณะเป็นลำธารเล็กๆ มีน้ำไหลซึมออกมาจากตาน้ำใต้ดินไม่ขาดสาย ถ้าขึ้นไปดูที่ต้นน้ำจะพบก้อนหินใหญ่เล็กเรียงลายไปมา ดูสวยงามตามธรรมชาติ มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรี มีน้ำไหลตลอดปี อุณหภูมิของน้ำจะประมาณ 65 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนมากพอที่จะต้มไข่สุกได้ บริเวณต้นน้ำจะมีบ่อแยกเก็บน้ำไว้ให้ชาวบ้านดื่ม-กิน จากบ่อดินด้านล่างสามารถเดินไปที่ต้นธารน้ำร้อนประมาณ 150 เมตร ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นสถานที่ของเอกชน ผู้ค้นพบ คือ นายประยูร โมนยะ เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น. ค่าผ่านประตู 5 บาทต่อท่าน ค่าอาบน้ำแร่บ่อกลางแจ้งคนละ 20 บาท สระกระเบื้องคนละ 50 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 0-327- 1086

บ้านหอมเทียน
เมื่อออกมาจากโป่งยุบตรงมา เรื่อยๆ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 33 เราก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่อบอวลไปด้วยความหอมละมุนตลบอบอวนไปทั่ว สถานที่ ด้านหน้ามีร้านเสื้อเพ้นท์สดลวดลายสวยงามน่ารัก ใส่แล้วไม่ซ้ำใครแน่นอนเพราะเค้าเพ้นท์มาแบบละตัวเท่านั้น พื้นที่กว้างขว้างมีมุมน่ารักๆ ให้โพสต์ท่าถ่ายรูปกันอยู่หลายจุด บริเวณภายในร้านจะจุดเทียนหอมและเปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการเดินเล่นให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี มีการนำของสะสมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตมาจัดวางเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้เราได้ ย้อนนึกถึงวันวานกันอีกด้วย เทียนที่นี่จะเป็นเทียนคุณภาพดีเกรดเอ เพราะเค้านำเขาวัสดุมาจากต่างประเทศ เช่น สีจากเยอรมัน น้ำหอมจากฝรั่งเศส ไส้เทียนจากไต้หวัน และพาราฟินจากประเทศจีน มีร้านอาหารและร้านกาแฟสดให้บริการ สถานที่สังเกตเห็นง่ายเพราะอยู่ติดกับถนนสายหลักอยู่ทางด้านขวามือ เปิดบริการทุกวันเวลา 7.00 - 18.00 น.
แก่งส้มแมว (สวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์)
เป็นลำธารไหลลัดเลาะตามโคดหินใหญ่น้อยสลับซับซ้อนกลางแม่น้ำภาชี เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนป่าสิริกิติ์ สภาพโดยรอบเป็นป่าเบญจพรรณ ภายในสวนป่ามีสวนหย่อม ศูนย์จำหน่ายเครื่องเซรามิคจากคนในบริเวณหมู่บ้าน สวนป่าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ นานาชนิดอันมีค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่ดีเยี่ยม ก่อนถึงแก่งส้มแมวเราจะต้องข้ามสะพานบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านบ่อหวี ทางด้านซ้ายมือจะเห็นต้นไม้สูงขนาดใหญ่ยืนโชว์ราก ใบและกิ่งก้านอย่างสง่างาม

สวนผึ้งออร์คิด
ใครชอบกล้วยไม้ไม่ควรพลาด กับ "สวนผึ้งออร์คิด" เป็นศูนย์รวม แวนด้า แอสโดเซนด้า ลูกผสมหลากสี สวยงาม มีให้เลือกกันอย่างมากมายชอบต้นไหนก็ซื้อกลับบ้านได้เลย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน สถานที่สะอาด บรรยากาศสบาย โดยมีเจ้าของร้านใจดีอย่างคุณอนุโพธิ์ พรายมณี หรือ พี่เล็ก ให้การต้อนรับพร้อมแนะนำให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับต้นกล้วยไม้เป็นอย่าง ดี พร้อมจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เปิดให้เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-3272-2230 หรือ www.suanpheungorchids.com
ต้นขนมหวานสะพานกาแฟ
เป็นร้านกาแฟที่สวย สะดุดตาและน่ารักอีกร้านหนึ่ง อยู่ก่อนถึงธารน้ำร้อนบ่อคลึงประมาณ 500 เมตร ร้านตั้งอยู่บริเวณหน้าที่พักของบัววัฒนารีสอร์ท มีเครื่องดื่มและเบเกอรรี่จำหน่าย ภายในตัวร้านติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้เย็นสบาย ส่วนด้านนอกร้านจัดให้มีมุมนั่งเล่นและมุมเก๋ๆ ไว้ถ่ายรูปเช่นกัน โดดเด่นด้วยที่นั่งเล่นบนต้นไม้ 3 ชั้นอยู่ด้านขวามือของร้าน บรรยากาศดี แถมมีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา
สวนผึ้ง รีสอร์ท
รีสอร์ทน้องใหม่มาแรงที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ด้วยเพราะสถานที่พักเค้าสร้างเป็นตัวการ์ตูนน่ารักในเรื่องมนุษย์หินฟริ้นสโตนและก้านกล้วย จึงมีผู้นิยมแวะไปถ่ายรูปเก็บภาพความน่ารักของตัวการ์ตูนเหล่านี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 12.00 - 14.00 น. ค่าเข้าชมท่านละ 40 บาท สำหรับเด็ก ชมฟรี
ธรรมสถาน วิโมกสิวาลัย
อยู่ทางไปแก่งส้มแมว เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 เพื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสนากรรมฐานและเป็นสถานที่ปริวาสกรรม มีสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ สมมุติราช มหามัยมุนี เป็นพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง บริเวณภายในมีความสงบและร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก ระหว่างทางเดินไปสักการะองค์หลวงพ่อ เราก็จะได้พบกับรูปปั้นพระภิกษุสงฆ์หน้าตายิ้มแย้มยืนถือบาตร เพื่อเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนได้มีโอกาสได้ทำบุญร่วมกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากจะแนะนำให้ไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อเพื่อเป็นสิริมงคล
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ต่างๆ เราได้กล่าวมาแล้ว เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจในการท่องเที่ยวทริปนี้ของเราที่ไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด นั่นคือ บรรยากาศอันแสนสวยงามของธรรมชาติของสองข้างทาง ถนนที่โค้งลดเลี้ยวเห็นวิวภูเขาสลับไปมา เป็นดั่งภาพวาดในฝันที่บรรยายไม่ถูกหากแต่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวคุณเองเท่านั้น...!
การเดินทาง
•โดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ มี 2 เส้นทาง
1. เส้นนครชัยศรี (ถนนเพชรเกษม) หรือทางพุทธมณฑล เลี้ยวซ้าย เข้า อ.เมือง ราชบุรี ผ่าน อ.โพธาราม ตามทางหลวงหมายเลข 4 เลี้ยวขวา แถวเขางู ผ่าน อ.จอมบึง ตามทางหลวง 3087 และ อ.สวนผึ้ง
2. เส้น ธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ทางหลวงหมายเลข 35 ผ่าน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เลี้ยว ขวาเข้า อ.ปากท่อ ผ่าน อ.เมือง ราชบุรี ผ่านเขาแก่นจันทร์ แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 3208 เข้า อ.สวนผึ้ง
• รถประจำทาง 
ท่านสามารถเดินทาง จากกรุงเทพฯ โดยท่านสามารถขึ้นรถตู้จากโรงแรมรัตนโกสินตร์ มาลงที่วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง หรือสามารถขึ้นรถที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ ชั้น 1 มาลงที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังจากที่ท่านมาถึงที่อำเภอจอมบึงแล้วนั้น ท่านสามารถนั่งรถโดยสารต่อมายังอำเภอสวนผึ้ง โดยรถประจำทางสายจอมบึง - สวนผึ้ง (คันสีน้ำเงิน) ท่านสามารถนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากตลาดอำเภอสวนผึ้ง
(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://travel.sanook.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น