Samsung Galaxy Tab : มาดูกันรีวิว Samsung Galaxy Tab : Tablet สุดล้ำจากซัมซุง
** ข่าวด่วน Samsung Galaxy Tab 2 เปิดตัวแล้ว ที่ประเทศสเปน (คลิ๊กเพื่ออ่านข่าว) ***
มาดูกัน Samsung Galaxy Tab เหมาะใช้อ่านหนังสือได้จริงหรือ? และท่านทราบหรือไม่ว่า Samsung Galaxy Tabสามารถใช้งาน Keyboard Bluetooth ได้ ดูหนัง HD 1080p ได้จริงๆหรือไม่? Samsung Galaxy Tab เล่น msn แบบ online ได้ตลอดเวลา? รวมถึงการทำงาน Office บน Samsung Galaxy Tab นั้นทำได้ยังไงในที่สุด Samsung Galaxy Tab Tablet ที่เรียกได้ว่า เรียกเสียงฮือฮาจากแวดวงคนไอทีและคนที่สนใจ Tablet ได้มาก กับSamsung Galaxy Tab ที่เปิดตัวครั้งแรกที่เยอรมัน ตามต่อที่อังกฤษ และมาถึงประเทศไทย อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab ก็เริ่มเปิดตัวจองแล้วนะครับ ทาง TechmoBlog.com ก็ได้นำ Tablet ชื่อดัง Samsung Galaxy Tabมารีวิว เรียกน้ำย่อยจากเพื่อนๆครับ
Samsung Galaxy Tab แอนดรอยด์ แท็บเล็ตสุดล้ำ
สัมผัสตัวเครื่อง
ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab ก็คือมันมีน้ำหนักเบาครับ ด้วยความที่มันมีขนาดที่เล็ก สามารถถือได้ในมือเดียว น้ำหนักแค่ 380 กรัม (หรือ 3 ขีดเกือบๆ 4 ขีดนั่นเองครับ) ขนาดตัวเครื่องกว้าง 12 ซม. ยาว 19 ซม. หนา 11.98 มม. ตัวเครื่องเป็นพลาสติกแข็ง ด้านหลังสวยงามครับ
เปรียบเทียบขนาด Samsung Galaxy Tab กับ Tablet รุ่นอื่นลองหยิบ Samsung Galaxy Tab มาเปรียบเทียบขนาด Samsung Galaxy Tab กับ Tablet รุ่นอื่นดูบ้าง เริ่มกันที่ Tablet ที่มีขนาดใกล้เคียงกันอย่าง WellcoM A800 เมื่อเทียบแล้ว Samsung Galaxy Tab มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ผมลองเอา Amazon Kindle 3 ตัวล่าสุดที่มีขนาดเล็กแล้ว ก็ยังใหญ่กว่า Samsung Galaxy Tab แต่ในเรื่องน้ำหนักและความบาง Kindle ยังบางและเบากว่า Samsung Galaxy Tab
ลองเอา iPad เจ้า Tablet ตัวใหญ่มาเทียบ Samsung Galaxy Tab ดูบ้าง ดูแล้วมีความรู้สึกว่า iPad ใหญ่และหนักไปเลยครับเมื่อเจอกับ Samsung Galaxy Tab
Samsung Galaxy Tab เมื่อถือด้วยมือข้างเดียว เปรียบเทียบกับ iPad ที่ถือด้วยมือข้างเดียวด้านท้ายของตัวเครื่องมีพอร์ตเชื่อต่อแบบ 30 เข็ม คล้ายกับ iPad ซึ่งแน่นอนว่าใช้สายร่วมกันไม่ได้นะครับ
ด้านท้ายของ Samsung Galaxy Tabหน้าตาของสายต่อ Samsung Galaxy Tab เป็นแบบนี้ครับ ที่อยู่ด้านหลังเป็น อแดปเตอร์ชาร์จไฟครับ
มุมซ้าย Samsung Galaxy Tab บน เป็นรูเสียบหูฟังครับ ด้านข้างมีช่องเล็กของ ไมโครโฟนครับ(Samsung Galaxy Tab สามารถโทรออกได้)
Samsung Galaxy Tab ด้านมุมซ้ายบนมาดูด้านขวา Samsung Galaxy Tab กันบ้าง ปุ่มบนเป็นปุ่มเปิด/ปิด และ สแตนบาย เครื่องนะครับ ถัดลงมาเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและ Keyboard Bluetooth
การเชื่อมต่อของ Tablet Samsung Galaxy Tab นั้นสามารถต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง เครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยใช้ sim card ชนิดเดียวและขนาดเดียวกันกับมือถือทั่วไปครับ(iPad จะใช้เป็น micro sim คือซิมขนาดเล็กกว่าซิมปกติ) นอกจากนั้น Samsung Galaxy Tab ยังเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายหรือ Wi-Fi ได้อีกด้วยครับ การทดสอบครั้งนี้ผมใช้ Wi-Fi เป็นหลักครับนอกจากการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแล้ว ด้วยความที่ว่า Samsung Galaxy Tab Tablet มันไม่มี Keyboard แต่จะใช้ Keyboard เสมือนบนหน้าจอแทน แต่เชื่อได้ว่า คนที่ต้องการ Samsung Galaxy Tab ทำงานเอกสารที่ต้องพิมพ์นานๆ การพิมพ์บนหน้าจอ Samsung Galaxy Tab คงไม่ค่อยจะสะดวกนัก ซัมซุงได้จัดทำแท่นเสียบตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab ที่มี Keyboard ทำให้สามารถพิมพ์งานได้ง่ายขึ้นครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เรามี Keyboard Bluetooth อยู่แล้ว เราสามารถนำ Keyboard Bluetooth มาใช้ร่วมกับ Samsung Galaxy Tab ได้ดีเลยทีเดียว แต่ยังมีปัญหากับ แป้นไทยของระบบที่ติดมาให้ Samsung Galaxy Tab ครับ ใครจะใช้ Keyboard Bluetooth อาจจะต้องเพิ่มคีย์บอร์ดไทยจากนักพัฒนาไทยเข้าไปช่วยอีกทีครับ (จากรูปคีย์บอร์ดดูจะใหญ่ไปนิดนะครับ เทียบกับขนาด Samsung Galaxy Tab อาจจะต้องมองหา Keyboard Bluetooth ที่มีขนาดเล็กกว่านี้หน่อยครับ)อ่านหนังสือพิมพ์ แม็กกาซีน และหนังสือพ็อกเก็ตได้อย่างสะดวก
ด้วยความที่เป็น Tablet ขนาดที่ถือได้ในมือเดียว Samsung Galaxy Tab ได้เพิ่มความสามารถในสาระความบันเทิงในการอ่านมากยิ่งขึ้น ด้วย App ที่ชื่อว่า Reader Hub
App สำหรับการ"อ่าน" บน Samsung Galaxy TabReader Hub ประกอบไปด้วยส่วนของ หนังสือพิมพ์ หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คส์ และนิตยสาร แม็กกาซีน
ซึ่งแต่ละประเภทของหนังสือนี้ เราสามารถดาวน์โหลดมาอ่านได้บน Samsung Galaxy Tab ได้อย่างง่ายดายครับ โดยมีทั้งหนังสือที่ฟรีและต้องชำระเงินหนังสือพิมพ์(News) ในส่วนของหนังสือพิมพ์ของ Samsung Galaxy Tab ทาง Samsung ได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ที่น่าสนใจอีกหลายฉบับ ให้เราสามารถโหลดมาอ่านบน Samsung Galaxy Tab ได้ฟรีครับ ซึ่งหนังสือพิมพ์นี้ อัพเดทรายวันครับ เรียกได้ว่า อ่านหนังสือพิมพ์ฟรีบน Samsung Galaxy Tab เลยครับ (แต่คงเป็นแค่ช่วงระยะเวลาโปรโมชั่นเท่านั้นครับ จากนั้นจะต้องมีค่าสมาชิกหนังสือพิมพ์)
หน้าตาของรายการหนังสือพิมพ์ที่เราโหลดมาแล้วเปิดอ่านโพสต์ทูเดย์ อ่านกันแบบเต็มหน้า หน้าสี รูปสี ข่าวมาครบครับ ใครกลัวว่าจอเล็กอ่านไม่รู้เรื่องไม่ต้องห่วงนะครับ มันซูมเข้าซูมออก ขยายขนาดอักษรได้ครับ
อ่านหนังสือพิมพ์บน Samsung Galaxy Tab ได้สบายเลยหนังสือ(Books) ส่วนของหนังสือนั้น ใน Reader Hub ของ Samsung Galaxy Tab ได้นำเอา App อ่านและซื้อหนังสือของ Kobo ร้านหนังสือ ebook แบบเดียวกับ amazon ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีมาให้เราได้ใช้กันครับ ซึ่งเราสามารถซื้อหนังสือได้จากตัว App บน Samsung Galaxy Tab ได้เลยครับ หน้าตาของ App ก็คล้ายกับ iBook ของ iPad และ App Kindle ใน Android, iPad ครับ
นิตยสาร(Magazines) สำหรับนิตยสารที่มีให้อ่านใน Reader Hub บน Samsung Galaxy Tab มาจาก App ที่ชื่อว่า Zinioครับ เป็นผู้จำหน่าย นิตยสารแบบ ebook ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดโลกเจ้าหนึ่งครับ นิตยสารที่มีขายจะเป็นนิตยสารต่างประเทศนะครับ ส่วนใหญ่เป็นของอเมริกา เช่น Business Week, Bloomberg หรือแม้แต่นิตยสารผู้ชายอย่าง Maxim ก็มีให้ซื้อ โดยนิตยสารส่วนใหญ่ใน Zinio จะเปิดให้สมัครสมาชิกรายปี12 เล่มบ้าง 24 เล่มบ้าง โดย Zinio พยายามเจรจากับนิตยสารเจ้าต่างๆให้ เราสามารถจ่ายเพียง 10 เหรียญสหรัฐสำหรับสมาชิกรายปีครับ(เฉลี่ยแล้วนิตยสารเล่มละไม่ถึง 30 บาทครับ น่าตกใจทีเดียว) คัดลอกข้อมูลจาก : http://www.techmoblog.com/samsung-galaxy-tab-3/
10 เหตุผลดีๆที่คุณควรซื้อ iPad 2 ไว้ใช้งานซักเครื่อง!

Samsung Galaxy Tab แอนดรอยด์ แท็บเล็ตสุดล้ำ




Samsung Galaxy Tab เมื่อถือด้วยมือข้างเดียว เปรียบเทียบกับ iPad ที่ถือด้วยมือข้างเดียว

ด้านท้ายของ Samsung Galaxy Tab


Samsung Galaxy Tab ด้านมุมซ้ายบน


App สำหรับการ"อ่าน" บน Samsung Galaxy Tab

หน้าตาของรายการหนังสือพิมพ์ที่เราโหลดมาแล้ว

อ่านหนังสือพิมพ์บน Samsung Galaxy Tab ได้สบายเลย

iOS: 10 เหตุผลดีๆที่คุณควรซื้อ iPad 2 ไว้ใช้งานซักเครื่อง! ::

iPad 2
รอคอยกันไม่นานอย่างที่คิดเหมือนเมื่อครั้งที่ iPad รุ่นแรกเปิดตัวในบ้านเรา ในที่สุดก็ได้เวลาที่ชาวไทยทั้งหลายจะได้สัมผัสกับiPad 2 ภาคต่อสุดอลังการของว่า ที่แทบเลตแห่งปีกันเสียที โดยในวันศุกร์นี้ (6 พฤษภาคม, 11.00 น. เป็นต้นไป) ก็จะเป็นวันเริ่มวางจำหน่ายไอแพด 2 อย่างเป็นทางการผ่านทางร้าน Power Buy รวมถึง iStudio และ Apple Shop ใน Power Mall, BananaIT, IT City และตัวแทนจำหน่ายอื่นๆสิริรวมแล้วเกือบ 40 สาขาเลยทีเดียว
ซึ่งงานนี้ก็มีเพื่อนๆหลายคนเข้ามาสอบถามกับทาง TechXcite ของเราว่าจะซื้อไอแพด 2 มาใช้งากันดีไหมเพราะบางส่วนนั้นก็เป็นแฟน Apple และมี iPad รุ่นแรกใช้งานกันอยู่แล้วเลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อใหม่ ขณะที่ในส่วนของผู้ใช้งานแทบเลตหน้าใหม่ๆทั้งหลายก็ยังเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อว่าจะเลือกซื้ออะไรระหว่าง iPad 2 กับมหึมากองทัพสินค้าแทบเลตแอนดรอยด์ที่ทยอยกันออกมาถี่ยิ่งกว่าดอกเห็ดเสียอีกในเวลานี้ว่าแล้วทีมงาน TechXcite ก็เลยอยากจะขอตอบคำถามของทุกท่านด้วยการรวบรวมเหตุผลดีๆซัก 10 ข้อที่คุณๆทั้งหลายควรจะรีบลางานหรืออะไรก็ตามแต่ออกไป จับจองเป็นเจ้าของ iPad 2 กันให้ว่องไวในวันศุกร์นี้ (อันที่จริงมีหลายร้อยเหตุผลแต่กลัวอีกแพลตฟอร์มหนึ่งจะงอนตูดบิดไปเสียก่อน XD) ลองมาติดตามกันดูครับ ว่า iPad 2 นั้นมันมีดีและแตกต่างจากแทบเลตของคู่แข่งเจ้าอื่นอย่างไรและทำไมใครๆเขาถึงอยากจะได้ไว้เชยชมกันซักเครื่อง!
1. iPad 2 บางกว่าเดิม, เบากว่า iPad รุ่นแรกคนละชั้น

iPad 2
แม้ว่า iPad รุ่นแรกเองจะเคยเขย่าวงการแทบเลตมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยความบางเฉียบชนิดสะท้านสายตาผู้ใช้งาน ทว่ากับการหวนคืนสู่สังเวียนอีกครั้งของไอแพด 2 กับขนาดที่บางลงกว่าเดิมถึง 33 เปอร์เซนต์เหลือเพียง 8.8 มิลลิเมตรขณะที่น้ำหนักก็เบาลงเหลือแค่เพียง 600 กรัมนิดๆก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า iPad 2 นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นแทบเลตที่มีขนาดบางเบาที่สุดในโลกเวลานี้ไปแล้ว
ทั้งที่จะว่าไปแล้วตัวเครื่องไอแพด 2 เองก็ยังสามารถรักษาขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้วของตัวเองเอาไว้ได้เหมือนเดิมโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปตามกระแสกับการทำหลายรุ่นหน้าจออย่าง 6,7,8,9 หรือ 10 นิ้วให้ผู้ใช้งานทั้งหลายต้องมึนตึ้บเหมือนบางค่ายเสียด้วยซ้ำ

iPad 2
ซึ่งด้วยความบางเฉียบดังที่ได้กล่าวมานั้นจะส่งผลลัพธ์กับประสบการณ์การใช้งาน iPad 2 ของลูกค้าทั่วไปโดยตรงอย่างเช่นการถือแทบเลตอ่านหนังสือ e-book หรือการเล่นเกมส์แบบใช้แทบเลตเป็นคอนโทรลเลอร์ (เช่นเกมส์แข่งรถ) ก็สามารถทำได้ยาวนานขึ้นโดยผู้ใช้ไอแพด 2 ไม่รู้สึกเมื่อยล้าไปเสียก่อน
2. เพิ่มความสนุกให้ชีวิตกับกล้องหน้า-หลังของ iPad 2

iPad 2
iPad รุ่นแรกนั้นแม้จะเข้าขั้นอุปกรณ์ชั้นเทพเพียงใดแต่ก็ยังมีข้อให้ต้องตำหนิอยู่เล็กน้อยกับการที่ตัวเครื่องแทบเลตไม่ได้ติดตั้งกล้องมาให้ด้วยทั้งที่จะว่าไปแล้วก็เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานสุดๆชนิดที่ว่าแทบเลตจีนไก่กาแค่ไหนก็ยังมีให้ด้วยทุกเครื่อง และหลังจากที่สาวก Apple ทั้งหลายเรียกร้องกันอยู่นานในที่สุด Steve Jobs และพลพรรคก็ได้จัดการนำคุณสมบัติกล้องหน้า-กล้องหลังมาใส่ไว้ให้กับ iPad 2 กันสมใจอยากเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้เป็นกล้องความละเอียดสูงเหมือนอย่างแทบเลตแอนดรอยด์ในเวลานี้ก็ตาม (มาตรฐานทั่วไปที่กล้องหน้า 2MP กล้องหลัง 5MP) แต่ตัวไอแพด 2 นั้นก็จะชดเชยให้กับทุกท่านด้วยความสามารถในการบันทึกวิดีโอ HD 720p, วิดีโอคอลผ่าน FaceTime และโปรแกรมเอฟเฟกต์ภาพฮาๆในเครื่องอย่าง Photo Booth (และใน App Store อีกล้านแปด) ด้วยซึ่งจะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิดกับการใช้งานกล้องบนไอแพด 2
3. iPad 2 ใช้งาน FaceTime ได้เสียที
FaceTime for iPad 2

iPad 2
ในเมื่อมีกล้องหน้า-หลังติดตั้งมาให้ด้วย ไอ้ครั้นจะไม่ใส่ฟีเจอร์นี้มาให้ในไอแพด 2 ก็คงจะเป็นเรื่องที่แปลกอยู่พอสมควรทีเดียวสำหรับแอพพลิเคชัน FaceTime หรือโปรแกรมวิดีโอคอลผ่าน Wi-Fi อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Apple ซึ่งเริ่มใช้งานกันไปตั้งแต่ iPhone 4 เป็นต้นมา
ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวบนสมาร์ตโฟนจอเล็กๆนั้นยังไงเสียก็ไม่น่าที่จะสู้การใช้งาน FaceTime ชนิดเต็มรูปแบบบน iPad 2 ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ยักษ์และพื้นที่สำหรับการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมไปได้แน่
ทีนี้แหละไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนคุณก็จะได้สนุกไปกับการแชตกันแบบเห็นหน้าค่าตากับเพื่อนสนิทมิตรสหายหรือสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันครบทุกแพลตฟอร์มของ Apple อย่างแท้จริงทั้งในฝั่งของตระกูลเครื่อง Mac, iPhone 4, iPod Touch 4G และล่าสุดกับ iPad 2 ด้วย
4. อัพเกรดความมันส์ด้วยซีพียู A5 แบบ Dual Core ตัวใหม่

iPad 2
ใครว่า iPad ตัวแรกสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแล้วรับรองได้ว่าคุณต้องอึ้งทึ่งเสียวกันไปตามๆกันกับ iPad 2 ที่มีการปรับสเปคภายในเครื่องให้มีความเร็วแรงโดนใจผู้ใช้งานโปรแกรมหนักๆหรือเกมส์กราฟฟิกสูงๆได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น
โดยในไอแพด 2 นั้น Apple ได้จัดการเปลี่ยนชิปเซ็ตประมวลผลภายในเครื่องจากเดิมที่ใช้งานซีพียู Single Core จากยุคแต่เก่าก่อนหันมาใช้งานชิปเซ็ต A5 แบบ Dual Core ตัวเดียวกับใน iPhone 4 ซึ่งจะช่วยให้ความเร็วในการประมวลผลภายในเครื่องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามไปด้วย

iPad 2
ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับความจุ RAM ที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 512MB ด้วยแล้วก็รับประกันได้เลยว่าคุณจะพบกับประสบการณ์การท่องเว็บที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น, ระบบ Multi-tasking ที่มีความสมบูรณ์แบบกว่าเดิมรวมถึงความสามารถในการรองรับเกมส์กราฟฟิกสูงเทียบเท่า PC (แบบเดียวกับ Infinity Blade) ที่กำลังจะมีทยอยตามมาอีกเป็นขบวนต่อไปในอนาคต
5. 3 แอพใหม่จาก Apple ทั้ง Photo Booth, Garageband และ iMovie
Photo Booth for iPad 2

iPad 2
สำหรับแอพพลิเคชันใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยทาง Apple เองเพื่อใช้งานกับ iPad 2 โดยเฉพาะนั้นต้องบอกว่ายิ่งช่วยตอกย้ำภาพความต้องการของพวกเขาที่จะทำให้ไอแพด 2 กลายเป็นแทบเลตที่ตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิงของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นกว่า iPad รุ่นแรก ด้วยแอพพลิเคชันเอฟเฟกต์ภาพ Photo Booth ที่มีติดตั้งมาให้ภายในเครื่องเลยซึ่งจะเพิ่มลูกเล่นการถ่ายรูปผ่านกล้องของไอแพด 2 ไม่ให้รู้สึกน่าเบื่อจนเกินไป
Garageband for iPad 2

iMovie for iPad 2

ขณะที่อีก 2 แอพพลิเคชันที่คุณสามารถซื้อหากันได้ง่ายๆบน App Store ทั้ง Garageband ที่จะเปลี่ยนแทบเลตในมือท่านให้กลายเป็นสตูดิโอเพลงขนาดย่อมๆพร้อมเครื่องดนตรีครบวงและ iMovie โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่คุณถ่ายมากันได้แบบมืออาชีพซึ่งมีคุณสมบัติแทบไม่ต่างจากบนเวอร์ชันเครื่อง Mac ต่างก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการใช้งานไอแพด 2 ให้คุณได้มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
6. แอพพลิเคชันรองรับ iPad 2 ใน App Store กว่า 65,000 รายการ

iPad 2
แม้ว่าแทบเลตแอนดรอยด์นั้นจะนิยมการชูจุดขายของตัวเองอย่างคุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์ออกมาเป็นจุดขายเสมอๆ ทว่าจุดที่พวกเขายังไม่อาจทำได้เทียบเท่ากับ
ในฝั่ง iOS ของ Apple ก็คือปริมาณและคุณภาพของแอพพลิเคชันที่มีให้ใช้งานนั่นเอง ซึ่งในขณะที่แทบเลต Android 3.0 Honeycomb มีแอพพลิเคชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานบนแทบเลตโดยเฉพาะอยู่เพียงไม่กี่ 100 รายการเท่านั้น
ในฝั่ง iOS ของ Apple ก็คือปริมาณและคุณภาพของแอพพลิเคชันที่มีให้ใช้งานนั่นเอง ซึ่งในขณะที่แทบเลต Android 3.0 Honeycomb มีแอพพลิเคชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานบนแทบเลตโดยเฉพาะอยู่เพียงไม่กี่ 100 รายการเท่านั้น
ส่วนแอพพลิเคชันสำหรับ iPad 2 นั้นมีให้เลือกทั้งซื้อหาหรือดาวน์โหลดกันได้แบบฟรีๆบน App Store เวลานี้กว่า 65,000 รายการแล้วและสามารถตอบสนองการใช้งานแทบเลตในยทุกรูปแบบ ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับแอพสำหรับ iPhone ที่ก็สามารถใช้งานบน iPad 2 ได้เช่นกันตัวเลขก็จะยิ่งทะยานไปถึง 300,000+ รายการทีเดียว
ขณะเดียวกันระบบการอนุมัติแอพพลิเคชันที่ค่อนข้างเข้มงวดของ Apple ก็ช่วยรับรองได้ว่าคุณจะไม่เจอแต่แอพกากๆที่ไม่มีประโขชน์ในการใช้งานหรือแอพที่แฝงตัวมาเป็นมัลแวร์สิงอยู่ในแทบเลตของคุณเหมือนอย่างใน Marketplace ของแอนดรอยด์อย่างแน่นอน
7. ทางเลือกใหม่แจ่มๆกับ iPad 2 รุ่นสีขาว

iPad 2
ถ้าเราจะบอกว่าหากไม่มี iPad 2 สีขาวออกมา เราก็อาจไม่ได้เห็น iPhone 4 สีขาวตามมาด้วยก็อาจจะไม่ผิดนัก เพราะหลังจากที่ iPhone 4 สีขาวต้องประสบปัญหาโน่นนี่ตลอดเวลาจนเกือบไม่ได้ผลิตออกมา ทว่า Steve Jobs ก็สามารถผ่าทางตันออกมาได้และเลือกที่จะนำเทคนิคในการผลิตดังกล่าวมาใช้งานกับ iPad 2
ก่อนเป็นที่แรก
ก่อนเป็นที่แรก
ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็ไปได้สวยตามที่คาดการณ์กันเอาไว้แถมยังช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ๆให้กับคนที่อยากใช้งานแทบเลตสีขาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสุภาพสตรีทั้งหลายที่น่าจะหลงใหลได้ปลื้มกับไอแพด 2 สีขาวตัวเล็กพกพาง่ายอย่างนี้กันได้แบบไม่ยากเย็นนัก (ปล. นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยเคยออกมาชี้ว่าผู้ชายที่ใช้งาน iDevice สีขาวนั้นจะยิ่งช่วยเสริมความเซ็กซี่ของท่านในสายตาหญิงให้เพิ่มขึ้นไปอีกด้วยนะเออ
8. อุปกรณ์เสริม iPad 2 มีลูกเล่นน่าสนใจให้ต้องตะลึง
Smart Cover for iPad 2

iPad 2
ความพิเศษอย่างหนึ่งของ Apple ก็คือว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ธรรมดาๆให้กลายเป็นแก็ดเจ็ตเทพได้ด้วยเวทมนตร์อะไรซักอย่างที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งกับอุปกรณ์เสริมของไอแพด 2 ที่ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้ตัวเครื่องแทบเลตพระเอกของเราแม้แต่น้อย โดยจุดขายหลักในคราวนี้มีด้วยกัน 2 ตัวนั่นก็คือ Smart Cover หรือเคสฝาหน้าที่ใช้งานคลิปแม่เหล็กในตัวในการยึดติดกับตัวเครื่องซึ่งสามารถพับกลับมาเป็นแสตนด์สำหรับพิมพ์งานหรือตั้งชมภาพยนตร์ได้และยังทำหน้าที่เปิด/ปิดเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อคุณแง้มฝาขึ้นมาอีกด้วย
HDMI-Out cord for iPad 2

iPad 2
ขณะเดียวกัน HDMI-Out Cord ก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน iPad 2 สามารถเชื่อมต่อการแสดงผลบนหน้าจอแทบเลตของตัวเองออกไปรับชมกันบนจอใหญ่ๆของ HDTV ได้แบบง่ายดาย ซึ่งน่าจะถูกอกถูกใจคนที่ชอบดูหนังหรืออยากจะเล่นเกมส์บนไอแพด 2ให้มันเต็มอิ่มบนจอใหญ่ๆเหมือนเครื่องคอนโซล (Infinity Blade, Real Racing 2 HD หรือแม้กระทั่ง Angry Birds) เป็นอย่างยิ่ง
9. สเปคอย่างเทพแต่ iPad 2 ยังใจดีขายราคาเท่าเดิม

ราคา : iPad 2
นับเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อแทบเลตซักเครื่องของผู้บริโภคในยุคนี้ไม่น้อยหน้าสเปคหรือดีไซน์เลยแม้แต่น้อย ยิ่งในช่วงนี้ที่ไม่ว่า
อะไรก็จะคอยแต่จ้องจะขึ้นราคากันอยู่ท่าเดียวแบบนี้ ทว่า iPad 2 ของเรากลับทำในทางตรงข้ามกับคู่แข่งบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ทั้งหลายด้วยการตรึงราคา
จำหน่ายของไอแพด 2 ให้อยู่ในระดับเดียวกับเมื่อครั้งที่ iPad รุ่นแรกออกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียเลย
อะไรก็จะคอยแต่จ้องจะขึ้นราคากันอยู่ท่าเดียวแบบนี้ ทว่า iPad 2 ของเรากลับทำในทางตรงข้ามกับคู่แข่งบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ทั้งหลายด้วยการตรึงราคา
จำหน่ายของไอแพด 2 ให้อยู่ในระดับเดียวกับเมื่อครั้งที่ iPad รุ่นแรกออกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียเลย
iPad 2 W-Fi
16GB ราคา 15,900 บาท
32GB ราคา 18,900 บาท
64GB ราคา 21,900 บาท
iPad 2 Wi-Fi + 3G
16GB ราคา 19,900 บาท
32GB ราคา 22,900 บาท
64GB ราคา 25,900 บาท
ในขณะที่แทบเลตแอนดรอยด์สเปคเทพทั้งหลาย (แบบที่เขาชอบเรียกตัวเองกัน) มีราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไปที่ 20,000+ แล้วสำหรับรุ่นที่ถูกที่สุด นอกจากนี้หากมองในแง่ของพ่อค้าหัวใสแล้วราคาของ iPad 2 นั้นรับประกันได้ว่าหากนำไปจำหน่ายเป็นของมือสองแล้วก็จะไม่ลดลงไปแบบฮวบฮาบๆชนิดซื้อมาเดือนสองเดือนก็ลดไปเกือบครึ่งแบบโละล้างสต็อคเหมือนอย่างคู่แข่งแน่ๆอีกด้วย
10. iPad 2 ยังคงความเป็นสุดยอดเหนือแทบเลตค่ายอื่น

iPad 2
แม้ว่าจะมีความพยายามในหลายครั้งหลายคราจากทางฝั่งแทบเลตแอนดรอยด์ในการโค่นล้มความเป็นที่สุดของ iPad 2 ในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณ สมบัติด้านสเปคภายในเครื่อง, หน้าตาอินเตอร์เฟซสุดอลังการ, รองรับการใช้งานวิดีโอแบบ Flash หรือแม้กระทั่งกับอีแค่ความบางของเครื่องต่างกันเพียง 0.1 มิลลิเมตรก็ยังเคยพยายามอวดอ้างกันมาแล้ว
ซึ่งไม่ว่าหน้าไหนก็ยังไม่อาจเอาชนะ iPad 2 ของเราไปได้เลยแม้แต่น้อยเพราะนี่คือแทบเลตของบริษัท Apple ภายใต้หัวเรือใหญ่อย่าง Steve Jobs ที่ถือคติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซักตัวว่ายังไงเสียประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคนั้นย่อมมาก่อนคุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆของไอแพด 2 นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานเป็นสำคัญแม้แต่ในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่เชื่อลองไปถามผู้บริหารของบริษัทคู่แข่งเหล่านี้ได้เลยครับว่าพวกเขาใช้แทบเลตอะไรกันอยู่ (อย่ามาแอ๊บนะจ๊ะ
สุดท้ายนี้ยังไงเสียต่อให้มีเหตุผลซักร้อยพันข้อก็ไม่เท่ากับการได้ไปลองพิสูจน์ของจริงกันในวันศุกร์นี้หรอกครับว่าไอแพด 2 จะดีจริงอย่างที่เราชักแม่น้ำทั้งห้าสาธยายเอาไว้หรือไม่ ว่าแต่คุณละครับมี iPad 2 ใช้งานกันแล้วหรือยัง?
คัดลอกข้อมูลจาก : http://hitech.sanook.com/บทความโดย: ekk TechXcite
MS ยอมรับ WP7 เก็บข้อมูลติดตามผู้ใช้
ไมโครซอฟท์ได้ออกมายืนยันแล้วว่า Windows Phone 7มีการติดตามเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งสถานที่การใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แม้ในขณะที่ไม่ได้เปิด (enable) บริการ GPS ก็ตาม ซึ่งตามรายงานข่าวจากเว็บไซต์ซีเน็ตระบุว่า Windows Phone 7 จะมีส่งข้อมูลอย่างเช่น หมายเลข ID ของแต่ละเครื่อง ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่าย Wi-Fi ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ และข้อมูลระบุตำแหน่งละติจูด และลองติจูดของ GPS (หากเปิดใช้งานในขณะนั้น) กลับไปยังไมโครซอฟท์

สำหรับเหตุผลของการเก็บข้อมูลดังกล่าวก็จะคล้ายกับ Apple และ Google โดยไมโครซอฟท์อ้างว่า ทางบริษัทรวบรวมข้อมูลพวกนี้ เพื่อใช้ในการสร้างฐานข้อมูลเสาสัญญาณโมบาย (cell site) และแอคเซสพอยน์ของ Wi-Fi ซึ่งจะทำให้สมาร์ทโฟนสามารถระบุตำแหน่งของมันได้เร็วขึ้น และใช้แบตฯน้อยลงกว่าการใช้ GPS อย่างเดียว ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเซคชั่น Help and How To บนเว็บไซต์ด้วย แต่ยังคงมีประเด็นที่ค้างคาใจผู้เชี่ยวชาญอย่างเช่น ไมโครซอฟท์ไม่ได้บอกว่า ข้อมูลที่ส่งกลับไปนั้นมีการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยหรือไม่? รวมถึงการส่งข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?
เว็บไซต์ในข่าว: microsoft
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์Samsung เปิดตัว Galaxy S II แล้ว
Samsung เปิดตัว Galaxy S II แล้ว

แม้จะอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดีในศาล สืบเนื่องจากกรณีที่แอปเปิ้ล (Apple) ระบุว่า สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของซัมซุง (Samsung) ก็อปปี้ไอเดียทั้งการออกแบบฮาร์ดแวร์ และอินเตอร์เฟซ แต่กระนั้น ซัมซุงก็ยังคงเดินหน้าบุกตลาดต่อไป โดยล่าสุดทางบริษัทได้เปิดตัว Samsung Galaxy S II แล้ว

อย่าง ไรก็ดี Samsung Galaxy S II สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมายังคงมีไอคอนบางส่วนที่ Apple ฟ้องว่า Samsung ก็อปปี้ไอเดียไป อย่างเช่น ไอคอนโทรศัพท์ที่มีพื้นแบคกราวด์เป็นสีเขียว หรือไอคอนรูปฟันเฟืองที่ใช้สำหรับการเข้าถึงฟังก์ชันการตั้งค่า (Settings) แต่ไอคอนในส่วนของแอพ Gallery เปลี่ยนจากรูปใบไม้เป็นรูปวิวทิวทัศน์ ในขณะที่ของ iPhone เป็นดอกทานตะวัน ซึ่งคงต้องติดตามผลกันต่อไปว่า ศึกนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ
Samsung Galaxy S II มาพร้อมกับจอ Super AMOLED ขนาด 4.3 นิ้ว (Galaxy S จะมีขนาดจอ 4 นิ้ว) ความละเอียด WVGA 480x800 พิกเซล สว่างกว่าเดิม 14% ตัวเครื่องบางกว่ารุ่นแรก 1 มม. และบางกว่า iPhone 4 ประมาณครึ่งมิลลิเมตร โพรเซสเซอร์ที่ใช้เป็นดูอัลคอร์ Samsung Exynos 1.2GHz หน่วยความจำ 1GB และ ROM 2GB สตอเรจในเครื่องมี 16GB และ 32GB แต่ยังสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSDHC ได้สูงสุด 32GB กล้องหลังความละเอียด 8M ทำงานในระบบ Autofocus พร้อมแฟลช LED สามารถบันทึกวิดีโอ Full HD ที่อัตราเฟรม 30fps กล้องหน้า 2M นอกจากนี้ยังมีพอร์ต microUSB สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11b/g/n และ Bluetooth 3.0 ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 2.3.3 Gingerbread
Samsung คาดว่า ทางบริษัทจะสามารถทำยอดขาย Galaxy S II ได้ 10 ล้านเครื่อง แต่ไม่ได้ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวจะต้องใช้เวลาเท่าไร อย่างไรก็ดี Galaxy S II เปิดตัวหลังจากการวางจำหน่ายรุ่นแรกเป็นเวลานาน 11 เดือน สำหรับราคาเปิดตัวในเกาหลีอยู่ที่ 847,000 วอน หรือประมาณ 24,000 บาท ส่วนกำหนดการวางตลาดในประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะเป็นช่วงต้นเดือนมิถุนายน ศกนี้
from : http://hitech.sanook.com/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น