ขนมครกพลพรรค
อาหารสูตรนี้ถูกดัดแปลงจากสูตรของทาโกยากิ โดยใช้สัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ปรับส่วนประกอบให้เป็นของที่เราคุ้นเคยและหาง่ายมากขึ้น จุดประสงค์ของสูตรนี้คืออยากให้เห็นว่าอาหารทุกอย่างสามารถปรับประยุกต์ได้ส่วนประกอบ
ขนมปังตัดขอบ 2 แผ่นแครอทขูดละเอียด 20 กรัมน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะแป้งสาลี อเนกประสงค์ 100 กรัมไข่ไก่ 1 ฟองน้ำซุปไก่ 350 มิลลิลิตรกะหล่ำปลีสับ 100 กรัมเมล็ดข้าวโพดต้มสุก 50 กรัมแฮมหั่นเต๋า 30 กรัมปูอัดหั่นเต๋า 3 แท่งต้นหอมซอย 15 กรัมชีสมอสซาเรลล่า 30 กรัมซอสมะเขือเทศ ¼ ถ้วยมายองเนส 1 ช้อนโต๊ะน้ำมันรำข้าว
วิธีทำ
1. หั่นขนมปังตัดขอบเป็นเต๋าเล็กๆ นำเข้าอบที่ 120 องศาเซสเซียสประมาณ 8 นาที ให้กรอบแต่สีไม่เปลี่ยน พักไว้2. ขูดแครอทเป็นเส้นหรือฝอยเล็กๆ นำน้ำส้มสายชูละลายกับน้ำตาล เข้าไมโครเวฟประมาณ ½ นาทีให้พออุ่น ราดลงบนแครอทเพื่อปรุงรสให้เปรี้ยวหวาน พักจนเย็นลง แล้วก็กรองน้ำออก พักไว้3. ผสมแป้ง ไข่ไก่และน้ำซุปเข้าด้วยกัน ใส่กะหล่ำปลีสับ เมล็ดข้าวโพด แฮม ปูอัด ต้นหอมซอย และแครอทที่พักไว้ลงไป4. ตั้งกระทะหลุม (แบบเดียวกับที่ทำทาโกยากิ) ใช้ไปกลาง พอเตาร้อนดี ก็ทาน้ำมันบางๆ ใส่ขนมปังที่พักไว้ลงไปผสมกับส่วนประกอบ (ให้ใส่ใกล้เวลาที่จะเทลงกระทะ เพิ่มให้ขนมปังยังคงความกรอบ)5. เทส่วนผสมลงไปให้ท่วมออกมาที่ขอบหลุมเล็กน้อย ใส่ชีสมอสเซเรลล่าลงไป ใช้ไม้เขี่ยบริเวณรอบๆ ที่ล้นออกมาให้กลับเข้าไปในพิมพ์ พอส่วนประกอบที่อยู่ด้านล่างเริ่มสุก ก็ใช้ไม้ค่อยๆ เขี่ยให้ด้านลงขึ้นมาด้านบนที่ละนิด จนได้ลักษณะกลมดีทั้งลูก6. ใช้ไม้หมุนให้ทั้งลูกสุกดี ประมาณ 10 นาที ใช้ไม้จิ้มขึ้นมาใส่จาน7. ผสมมายองเนสกับซอสมะเขือเทศ รับประทานกับขนมครกพลพรรค
ที่มา: พลพรรคนักปรุงสูตรโดย : พล ตัณฑเสถียร
คัดลอกข้อมูจาก : http://women.sanook.com/

ยำมะม่วงหมูย่าง แซ่บ (อีกแล้ว)
สวัสดีค่ะ วันนี้แม่ปันปรายชวนชิม อาหารรสแซ่บอีกแล้ว เป็นเมนูแซ่บง่ายๆ ใครๆก็ทำได้แถมเครื่องก็เตรียมได้ง่ายๆอีกด้วย ชื่อเมนูว่า ยำมะม่วงหมูย่าง (ใครอยากทานยกมือขี้น) 

สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- สันคอมหมูประมาณ 2 ขีด
- มะม่วงน้ำดอกไม้ 1 ลูก ถ้าใครไม่ชอบเปรี้ยวมากจะใช้ มะม่วงอย่างอื่นก็ได้
- หอมแดงซอย
- พริกป่น
- ข้าวคั่ว
- น้ำปลา
- น้ำตาลทราย

วิธีทำ
- หมักหมูด้วยซอสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา เกลือ 1 หยิบมือ พริกไทยป่นอีกนิดหน่อย หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที นำไปย่างพอสุก แล้วหั่นบางๆ (แต่วันนี้แม่ปันปราย นำใส่เคาอบค่ะ)
- ผสมน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลืออีกนิดหน่อย ใส่พริกป่นตามชอบ และข้าวคั่วอีกประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน

- ใส่มะม่วงซอย หอมซอย แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว ชิมรสดู แล้วปรุงรสเพิ่มตามชอบ
- หลังจากนั้นใส่ หมูย่างที่หั่นไว้ลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- เท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ ทานได้เลย

พะแนงน่องเนื้อ / น่ากินมาก
ครัวบ้านๆ 48 / 14.05.2011
พะแนงน่องเนื้อเนียมสมร :)
ครัวบ้านๆ วันนี้มีของใหม่มาใช้แทนกะท ิ เพิ่งตกถึงร้านชำเมืองปายสด ๆ ร้อนๆ สอยมาทันทีหกกล่้อง โดยประเดิมกันที่พะแนงน่องไ ก่เป็นเมนูแรก
กะทิเป็นของอร่อยประจำครัวไ ทย แต่มีจุดอ่อนคือ มีไขมันทรานส์ในปริมาณสูง กินบ่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างแรง
กะทิมีกรดไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated fat) ซึ่งเป็นกรดไขมันอันตรายต่อ ร่างกาย ไขมันที่เป็นไขมันเต็มตัว คือธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ ่โดย สมบูรณ์และไม่มีช่องว่างเหล ือที่จะทำปฏิกิริยากับสารใด ๆ ในร่างกาย
ไขมันทรานส์ หรือกรดไขมันอิ่มตัวเหล่านี ้ นี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว กำจัดออกยากมาก ถ้าไม่ถูกย่อยไปใช้เป็นพลัง งาน ก็มีแนวโน้มที่จะตกตะกอนในห ลอดเลือด
ทำให้ไขมันในเลือดสูง เกิดความเสี่ยงที่จะอุดตันใ นหลอดเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคที่คร ่าชีวิตคนไทยมากที่สุด คือโรคหัวใจและสมองขาดเลือด
โรคที่เกิดจากไขมันทรานส์ก็ ได้แก่ หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย หลอดเลือดแดงแข็ง หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย จนถึงหลอดเลือดในสมองตีบ หลอดเลือดในสมองแตก ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาตที่เกิดจากหลอดเลือดส มองตีบหรือแตก
วันนี้...มีคนคิดค้นกะทิทาง เลือกอื่นมาให้ใช้ มันก็น่าสนใจ
ทำพะแนงกินอร่อยได้
แสดงว่าเมนูอื่นก็ใช้แทนกะท ิได้เหมือนกันค่ะ
พะแนงน่อง
เครื่องปรุง
1.น่องไก่ 2-5 ขีด
2..กะทิ 1 กล่อง (200-250 ml)
3.น้ำเปล่า 1 ½ ถ้วย
4.ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
5.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
6.ใบมะกรูดหั่นฝอย 5-10 ใบ
7.น้ำตาลปี๊บ ½ - 1 ช้อนโต๊ะ
8.ใบโหระพา 5-7 ยอด
9.พริกแกงพะแนง 1 ห่อ
ถ้าปรุงพริกแกงพะแนงเอง เตรียมเครื่องปรุงดังนี้
1.พริกแห้ง 10-15 เม็ด
2.กะปิ 1 ช้อนชา
3.รากผักชี 5-7 ราก
4.หอมแดง 2-5 หัว
5.กระเทียม 7-10 กลีบ
6.ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
7.ข่า 3-5 แว่น
8.ลูกผักชี 1 ช้อนชา
9.ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา
10.พริกไทย ½ ช้อนชา
วิธีทำ
1.ทำพริกแกง โดยเอาพริกแห้งแช่น้ำร้อน 10-15 นาที แกะเมล็ดออกให้หมด แล้วนำไปปั่นหรือโขลกรวมกับ เครื่องปรุงทั้งหมดให้ละเอี ยดเข้ากัน พักไว้
2.ใส่กะทิลงในหม้อ ตั้งไฟ เมื่อเดือด ใส่พริกแกงพะแนงละลาย ให้เข้ากัน ผัดจนกะทิเริ่มแตกมัน ให้ใส่น่องไก่ลงไปผัด
3. ให้เติมน้ำสะอาดลงไป ปล่อยให้เดือดอีกครั้ง
4.ใส่ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรส ปรุงเพิ่มได้ตามความพอใจ
5.ต้มเคี่ยวจนเนื้อไก่เริ่ม สุก น้ำแกงข้น ให้ใส่ใบมะกรูดลงไป
6.ก่อนปิดเตา ใส่ใบโหระพาลงไป แล้วตักเสิร์ฟได้
พะแนงน่องเนื้อเนียมสมร :)
ครัวบ้านๆ วันนี้มีของใหม่มาใช้แทนกะท
กะทิเป็นของอร่อยประจำครัวไ
กะทิมีกรดไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated fat) ซึ่งเป็นกรดไขมันอันตรายต่อ
ไขมันทรานส์ หรือกรดไขมันอิ่มตัวเหล่านี
ทำให้ไขมันในเลือดสูง เกิดความเสี่ยงที่จะอุดตันใ
โรคที่เกิดจากไขมันทรานส์ก็
วันนี้...มีคนคิดค้นกะทิทาง
ทำพะแนงกินอร่อยได้
แสดงว่าเมนูอื่นก็ใช้แทนกะท
พะแนงน่อง
เครื่องปรุง
1.น่องไก่ 2-5 ขีด
2..กะทิ 1 กล่อง (200-250 ml)
3.น้ำเปล่า 1 ½ ถ้วย
4.ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
5.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
6.ใบมะกรูดหั่นฝอย 5-10 ใบ
7.น้ำตาลปี๊บ ½ - 1 ช้อนโต๊ะ
8.ใบโหระพา 5-7 ยอด
9.พริกแกงพะแนง 1 ห่อ
ถ้าปรุงพริกแกงพะแนงเอง เตรียมเครื่องปรุงดังนี้
1.พริกแห้ง 10-15 เม็ด
2.กะปิ 1 ช้อนชา
3.รากผักชี 5-7 ราก
4.หอมแดง 2-5 หัว
5.กระเทียม 7-10 กลีบ
6.ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
7.ข่า 3-5 แว่น
8.ลูกผักชี 1 ช้อนชา
9.ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา
10.พริกไทย ½ ช้อนชา
วิธีทำ
1.ทำพริกแกง โดยเอาพริกแห้งแช่น้ำร้อน 10-15 นาที แกะเมล็ดออกให้หมด แล้วนำไปปั่นหรือโขลกรวมกับ
2.ใส่กะทิลงในหม้อ ตั้งไฟ เมื่อเดือด ใส่พริกแกงพะแนงละลาย ให้เข้ากัน ผัดจนกะทิเริ่มแตกมัน ให้ใส่น่องไก่ลงไปผัด
3. ให้เติมน้ำสะอาดลงไป ปล่อยให้เดือดอีกครั้ง
4.ใส่ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรส ปรุงเพิ่มได้ตามความพอใจ
5.ต้มเคี่ยวจนเนื้อไก่เริ่ม
6.ก่อนปิดเตา ใส่ใบโหระพาลงไป แล้วตักเสิร์ฟได้
รวมมิตรสุดยอดของอร่อย ‘ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา‘
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา จ. สมุทรสงคราม มีของกินมากมายให้เดินชิมไม่รู้จบ วันนี้ สนุก! ท่องเที่ยวจะพาไปชิมร้านเด็ดของอร่อยที่ไปแล้วห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด!

บะจ่างแม่เตียง บะจ่างทรงเครื่อง เครื่องครบและให้เยอะ ทั้ง 9 อย่าง กัดอร่อยได้อย่างเต็มๆ คำ รสชาติกลมก่อม ราคาไม่แพง
อร่อยทุกเจ้า เด็ดทุกร้าน!! ตลาดนางเลิ้ง
ในกรุงเทพฯ มีตลาดเก่าแก่ให้เราไปเดินในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กันหลายแห่ง แต่ตลาดเก่าแก่สมัยคุณแม่ยังสาวอย่าง'ตลาดนางเลิ้ง' ที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นตลาดโบราณที่ยังมีเสน่ห์และของอร่อยให้นักชิมได้แวะเวียนไปลิ้มรสเสมอ แต่ถ้าจะให้ สนุก! ท่องเที่ยว แวะไปชิมคนเดียวคงไม่อร่อยเท่าไหร่ ว่าแล้วอดใจไม่ไหวเลยแชะภาพและคุยกับบรรดาแม่ค้าเอาตำนานความอร่อยมาแบ่งให้เพื่อนๆ ชาวสนุก! ได้ตามไปชมและไปชิมกัน
สนุก! ท่องเที่ยว ไปเที่ยวตลาดนางเลิ้งคราวนี้โดยใช้บริการรถสาธารณะ เพราะย่านตลาดนางเลิ้งมีพื้นที่จอดรถส่วนตัวน้อยจะได้มีเวลาเดินเที่ยวเดินกินได้อย่างอิ่มหนำสำราญมากที่สุด และควรไปถึงก่อนบ่ายสองโมงด้วย ไม่อย่างนั้นของอร่อยทุกอย่างในตลาดจะถูกซื้อไปเกือบหมด
ตลาดนางเลิ้งมีทางเดินเข้าได้หลายทางและทุกทางก็จะมีของอร่อยให้เลือกชิมแบบละลานตา ซึ่งมีทั้งร้านเก่าแก่เปิดขายมานานหลายสิบปีและร้านใหม่ๆ ที่รสชาติความอร่อยก็สูสีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นร้าน ร้าน ส. สำราญ ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าอร่อย ที่เปิดขายมานานกว่า 15 ปี สามารถเลือกได้ทั้งเส้นใหญ่ เล้นเล็ก เส้นหมี่ จะเลือกใส่เป็ดชิ้นหรือน่องหรือปีกก็สั่งได้ น้ำซุปเข้มเข้นชวนกิน และควรมาก่อนเที่ยง เพราะเขาขายเป็ดวันละ 10 ตัวเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย
ร้านอิ๋วเย็นตาโฟ ร้านนี้เด็ดเรื่องลูกชิ้น ทำเองปั้นเอง ทั้งลูกชิ้นปลา กุ้ง อือก๊วยล้วนเด้งแบบไม่ต้องใส่สารบอแรกซ์ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ น้ำซุปรสเด็ดเคี่ยวจากกระดูกหมู และมีเมนูให้เลือกหลากหลายทั้ง เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นปลา ไม่หิวมากชามแบบธรรมดาก็น่าจะอยู่ แต่ถ้าหิวมากแนะนำให้สั่งพิเศษ รับรองชามเดียวอยู่ เพราะทางร้านใส่ลูกชิ้นปลามาเต็มชาม ใครติดใจลูกชิ้นก็สั่งซื้อไปกินที่บ้านได้ ลูกชิ้นปลาและลูกชิ้นกุ้งกิโลกรัมละ 300 บาท ฮือก๊วยขายเป็นเส้น เส้นละ 30 บาท
หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากก๋วยเตี๋ยวมาเป็นข้าวก็ต้องร้านนี้เลย ร้านข้าวแกงรัตนา ที่สืบทอดสูตรมาตั้งแต่รุ่นปู่ที่ทำงานอยู่ห้องเครื่องในรั้วในวังมาก่อน รสชาติอร่อยถูกปากของทั้งคนเดินดินไปจนถึงคนขับรถเบนซ์ ใช้ของสดใหม่ทุกวัน แถมพริกแกงก็ยังทำโขลกเอง ป๊อกๆ กันหลังร้าน ปรุงเสร็จก็ยกมาขายหน้าร้าน ขายไม่กี่ชั่วโมงก็หมด อาหารมีให้เลือกมากกว่า 20 อย่าง เช่นผัดผักรวม แกงส้ม ต้มยำ พะโล้ พะแนงไก่ ปลากะพงทอดน้ำปลา ปูดำผัดผงกระหรี่ ก็มีให้เลือกซื้อ แต่เมนูยอดนิยมคือแกงเขียวหวานไก่ กับข้าวราคาถุงละ 30 บาท ข้าวราดแกงจานละ 30 บาท (กับข้าว 2 อย่าง)
อิ่มจากของคาวแล้วก็มาต่อที่หวานกันดีกว่า เดินจากร้านข้าวแกงรัตนาไปอีกนิด เราก็จะเจอ ร้านสาคูแม่สอิ้ง สาคูไส้หมูทำสดๆใหม่ๆ มีให้เลือกสามแบบคือ ไส้หมู ไส้กุ้ง ไส้ปลาหรือถ้าไม่ชอบเม็ดสาคู จะเลือกแบบปากหม้อ แป้งสาคูที่บางมองจนสามารถมองเห็นไส้ได้แบบเต็มตา นอกจากนี้ยังมีข้าวตังเมี่ยงลาวที่ใช้ข้าวหอมมะลิ กินแกล้มกับไส้ที่ทำมาจากใบผักกาดดองห่อหมู พริกและขิง ตัวไส้ออกเผ็ดหวานมันเข้ากับข้าวตังซึ่งมีรสเค็ม ส่วนข้าวตังหน้าตั้งก็ออกรสหวานมันของน้ำราดที่ทำจากหัวกระทิเข้มข้น
หรือถ้าสนใจขนมหวาน ก็ต้องยกนิ้วให้กับความอร่อยขนมไทย ร้านแม่สมจิตต์ มีหลายอย่าง เช่น มันเชื่อม กล้วยเชื่อม ถั่วแปบกุ้ง ถั่วแปบขนมเหนียว ขนมทุกอย่างโม่แป้งเองและอบมะพร้าวก่อน ทำให้ไม่เสียง่าย หรือถ้ายังไม่อิ่มจะซื้อไส้กรอกปลาแนมมาชิมก็ได้นะ เนื้อปลาแนมรสชาตินุ่มลิ้น ไม่แข็งกระด้าง ไส้กรอกรสเข้มข้น มีทั้งและแบบหมูและแบบข้าว นอกจากร้านที่ชวนให้แวะชิม ที่นี่ก็ยังมีของอร่อยให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น ข้าวแช่เมืองเพชรบุรี ปลาสลิดทอด ห่อหมก กล้วยปิ้ง เป็ดพะโล้ ผลไม้ตามฤดูกาล ฯลฯ ที่ขายแบบราคาเป็นกันเองและหาซื้อแบบสบายกระเป๋า หรือจะซื้อกล้วยทอดเจ้าอร่อยที่มีคนเดินขายบริเวณถนนหน้าตลาดนางเลิ้งชิมก็ได้ ถุงละ 20 บาท
ชวนกันอิ่มเรียบร้อยโรงเรียน สนุก! ท่องเที่ยว ก็ถึงเวลาเดินเล่นชมบรรยากาศของตลาด ในตลาดมีบ้านโบราณ ระหว่างบ้านที่เป็นตึกแถวดั้งเดิมจะมีทางเดินโค้งทะลุกันถึงทุก 3 หลัง แต่ปัจจุบันก่อปูนปิดหมดแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำแบบตึกมาจากตลาดประเทศสิงค์โปร์ด้านในตรงใจกลางตลาด เป็นที่ตั้งของ ศาลเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ออกแบบคล้ายคลึงกับศาลเจ้าจีน เป็นที่เคารพกราบไหว้ของชาวบ้านร้านตลาด เมื่อครั้งพระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพ พระราชบิดาทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังที่ประทับแก่กรมหลวงชุมพรฯ ในที่ดินชุมชนบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้กับย่านการค้าขายตุ่มนางเลิ้ง ชาวบ้านจึงเรียกันว่า วังนางเลิ้ง ปัจจุบันพื้นที่วังเป็นที่ตั้งของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชยการพระนครส่วนบริเวณหน้าตลาดริมถนน ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายยาแผนโบราณ ซึ่งส่วนมากเป็นยาจีน และเครื่องสังฆภัณฑ์ แต่ที่เห็นสะดุดตาและน่าแวะเวียนไปเที่ยวชมกันก็คือ ร้านนางเลิ้งอาร์ต เป็นร้านทำล็อกเก็ตหินแห่งแรกในเมืองไทย ที่ปัจจุบันยังมีล็อกเก็ตที่คนสั่งทำแล้วไม่ได้มารับเหลืออยู่บ้างและนำมาวางโชว์ไว้การเดินทาง: จากแยกยมราช เข้าถนนหลานหลวงผ่านตลาดมหานาค ข้ามสะพานขาว เลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเกษม ถึงสี่แยกเทวกรรม ตลาดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ หรือถัดมาจากถนนราชดำเนิน ให้ตรงเข้าถนนนางเลิ้ง ตลาดจะอยู่ด้านขวามือ
รถประจำทาง: สาย 5, 10, 53 และปอ. 171 เข้าถนนหลานหลวง สาย 2, 8, ปอ. 44 และ ปอ. 60
ตลาดนางเลิ้ง เปิดตลาดทุกวัน 10.00-14.00 o. แต่วันเสาร์-อาทิตย์ของจะน้อย ตลาดเย็นจะขายตั้งแต่ 17.00-23.00 น.เรื่อง: กันต์ ณ ปกรณ์ ภาพ: ธนปกรณ์ สุขสาลีขอขอบคุณข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและขอขอบคุณ : http://travel.sanook.com/







รถประจำทาง: สาย 5, 10, 53 และปอ. 171 เข้าถนนหลานหลวง สาย 2, 8, ปอ. 44 และ ปอ. 60
ตลาดนางเลิ้ง เปิดตลาดทุกวัน 10.00-14.00 o. แต่วันเสาร์-อาทิตย์ของจะน้อย ตลาดเย็นจะขายตั้งแต่ 17.00-23.00 น.
10 ของอร่อยหากินยาก

สังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พลอยทำให้อาหารบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ และหากินยากขึ้นทุกที ฉบับนี้เลยชวนคุณ ไปลิ้มรสอาหารหากินยากเหล่านั้น ซึ่งอาจไม่คุ้นลิ้นคนสมัย ใหม่นัก แต่รับรองว่าต้องอร่อยถูก ใจ
1. ข้าวห่อใบบัว
เป็นอาหารจีนซึ่งนิยมทำในงานจัดเลี้ยงต่างๆ ใช้ใบบัวมาห่อข้าวแล้ว นำไปนึ่ง ข้าวห่อใบบัวที่ดีเม็ดข้าว ต้องร่วน แต่ไม่แข็ง และต้องมี เม็ดบัว กุนเชียง เนื้อไก่ กุนเชียง และกุ้งแห้ง ที่สำคัญคือ ข้าวต้องมีกลิ่นหอม ใบบัว
ภัตตาคาร อัน อัน เหลา อยู่ฝั่งเดียวกัน และติดกับ JAVENUE (ซ.ทองหล่อ 15) เปิดขายทุกวัน มื้อกลางวันเปิด 11.00-14.30 น. มื้อเย็นเปิด 17.00-22.00 น. โทรศัพท์ 0-2392-6447 0-2712-6859
ร้านหรั่งศรีโรจน์ ตลาด 100 ปี สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. โทรศัพท์ 0-1456-7915
2. กะลอจิ๊
อาหารกิน เล่นของคนจีน ที่ต้องนำแป้งสุกก้อนกลม มาจี่บนกระทะร้อนๆ กลิ้งไปมา ส่วนที่สุกเหลืองเกรียม ก็จะใช้กรรไกรตัด เป็นชิ้นสามเหลี่ยมพอคำ คลุกกับน้ำตาลบดกับงาขาว และงาดำคั่ว ขนมที่ดี ต้องมีกลิ่นหอม เนื้อแป้งนุ่มเหนียว ผิวนอกกรอบ เพราะต้องทอดไหม้ๆ จึงจะอร่อย
ร้านกะลอจิ๊ตลาดบ้านใหม่ ตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ( ร้านเป็นรถเข็นติดกับ ร้านขนมกุ้ยช่ายจิระพร ) เปิดเฉพาะวัน เสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. โทรศัพท์ 086-816-7371
3. หมูโสร่ง และไก่โสร่ง
เป็นของว่างไทยที่พิถีพิถัน โดยนำหมูสับละเอียดมาผสมกับ รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด จากนั้นนำเส้นหมี่ซั่วต้มสุกมาพันให้รอบ ความยากอยู่ที่วิธีการทอดให้ใส้ในสุกโดยที่เส้นหมี่ด้านนอกไม่ไหม้
ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00-22.30 น. โทรศัพท์ 0-2391-8703 0-2391-8719
ร้านไก่โสร่งหน้าวัดปรมัยยิกาวาส (เกาะเกร็ด) หน้าวัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เปิดวัน เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 6.00-18.00 น. โทรศัพท์ 081-423-2919
4. ขนมจีนไหหลำ
เป็นอาหารของคนจีนไหหลำ ซึ่งไม่แพร่หลายในเมืองไทยนัก ความอร่อยของเมนูนี้ ที่เนื้อต้องตุ๋นให้นุ่มได้ที่ น้ำซุปที่ข้นเหนียว รสต้องกลมกล่อมไม่หวาน และชูโรงด้วยน้ำจิ้มกะปิ ตามแบบฉบับไหหลำ
ร้านสวนสน มีสองสาขา สาขาใหญ่ อยู่ในซอยตรงข้าม สถานทูตอังกฤษ ถ.เพลินจิต (หน้าซอยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา) โทรศัพท์ 0-2250-1699 สาขาย่อยตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก ซ.9 ฝั่งตรงข้ามกับสนามม้านาเลิ้ง โทรศัพท์ 0-2281-7266 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-20.00 น. หยุดช่วงเทศกาล สงกรานต์ ตรุษจีน สารทจีน และปีใหม่
5. ขนมอินทนิล
อินทนิลเป็นขนมที่ทำยาก เพราะต้องอาศัยการกวนตัวขนมนาน และต้องพักตัวขนม ที่ได้ไว้ข้ามคืน จึงจะนำมาใช้ได้ ขนมที่ดีเนื้อต้องเหนียวนุ่ม หวานเล็กน้อย แป้งต้องสุกไม่เป็นไตแข็ง น้ำกะทิต้องหอมกลิ่นคัว เทียน และดอกไม้
ร้านสมทรงโภชนา (มีขนมอินทนิลขายเฉพาะวันจันทร์) ร้านอยู่หลังป้อมพระสุเมรุ ในซอยวัดสังเวช ถ.พระอาทิตย์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 09.30-16.00 น. หยุดวันเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และ เทศกาลกินเจ โทรศัพท์ : 0-2282-0972
6. ประกิมเผือก
ประกิมเผือกนั้นทำไม่ค่อยแพร่หลายเหมือนประกิมไข่เต่า วิธีทำคือนำเผือกนึ่งมายีให้ละเอียด แล้วนวดกับกะทิ แป้งมัน ให้ได้ที่ นำมาคลึงเป็นแผ่นหั่นเป็นเส้นพอคำ นำไปต้ม เนื้อขนมที่ ดีต้อง เหนียว นุ่ม และ หอมกลิ่นเผือก
ครัวนพรัตน์ (ประกิมเผือกขายเฉพาะวันจันทร์ – พุธ – ศุกร์) อยู่ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ ถ.พระอาทิตย์ เปิดร้านทุกวันเวลา 10.30-21.00 น. โทรศัพท์ 0-2281-7578
7. ข้าวแช่มอญคนมอญนิยมทำข้าวแช่ ถวายพระในช่วงสงกรานต์ ข้าวแช่แบบมอญแท้ๆ มีกับข้าว 8 อย่าง ได้แก่ กะปิทอด หมูฝอย ยำมะม่วง กระเทียมดองผัดไข่ หัวไชโป๊วฝอยผัดหวาน จ๊าดวุ่น (ผักบุ้งจักเป็นเส้นๆ ผัดแห้ง รสคล้ายแกงเทโพ) เนื้อผัดกะทิ ถั่วดำกวนกะทิ กินกับข้าวซึ่งลอยน้ำดอกไม้ ปัจจุบันหากินยากมาก
ร้านแก่นจันท์ (ทำข้าวแช่มอญเฉพาะช่วยฤดูร้อน และทางร้านจะงดทำสองเมนู คือ เนื้อผัดกะทิ และถั่วดำกวนกะทิ) ร้านตั้งอยู่ในเกาะเกร็ดตระการตา ลงจากเรือให้เดินไปด้านซ้ายมือเลียบกำแพงโรงเรียนไป ร้านจะตั้งอยู่หัวมุมเลี้ยวพอดี เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น. โทรศัพท์ 0-2584-5019
8. ปลาแนม
ปลาแนมสูตรดั้งเดิม นอกจากมีวัตถุดิบหลักแล้ว ต้องใส่มะพร้าวขูดขาวนึ่ง โรยด้วยพริกแห้งเม็ดใหญ่ และกระเทียมดองหั่นฝอย ผสมน้ำ และผิวส้มซ่าด้วย จึงถือว่าครบ ปลาแนมที่ดีเนื้อต้องร่วน แห้ง ไม่เหนียว ติดกันเป็นก้อน วิธีกินคล้ายเมี่ยงกับใบทองหลาง และใบชะพลู
ร้านคุณป้ามีนาไส้กรอกปลาแนม ร้านเป็นร้านตั้งโต๊ะ ถ้ามาจากหอสมุดแห่งชาติร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ ก่อนข้ามสะพานไปตลาดเทเวศน์ บริเวณหน้าร้านสุวิมล ข้าวหมกไก่ เปิดทุกวันอังคาร-ศุกร์ และวันอาทิตย์ หยุดวันเสาร์ โทรศัพท์ 089-509- 7430
9. พระรามลงสรง (คนจีนเรียก ซาแต้)
ระบุไม่แน่ชัดว่าเป็นอาหารที่ มาจากจีน หรือมลายู ความอร่อยอยู่ ที่ น้ำราด ซึ่งทำจาก ถั่วลิสง งา เครื่องแกง และกะทิ รสคล้ายกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เมื่อจะกินตักราดบนเนื้อหมู และผักบุ้งลวก เพิ่มน้ำพริกเผาใส่ลง ไปอีกครั้ง
ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิด ทุกวันตั้งแต่ 11.00- 22.30 น. โทรศัพท์ 0-2391-8703 0-2391-8719
รถเข็นพระรามลงสรง (ซาแต้) อาซิ่มเหมี่ยวเอ็ง แซ่กัง เป็นร้านรถเข็นตั้งอยู่ในเยาวราช ซ.10 (ซ.แปลงนาม) หน้าร้าน ก้วง ฮกกี่ (ขายกุนเชียง) ขายทุกวัน ตั้งแต่ 12.30 น.เป็นต้นไป เวลาปิดไม่แน่นอนโดยทั่วไปประมาณ 16.00 หยุดวันจันทร์ โทรศัพท์ 089-754-7548
10. บาเยีย
ของว่างที่กินกับชานม ของคนมุสลิม ทำจากถั่วเหลืองซีกบดหยาบ และละเอียดมาผสมกัน เติมเครื่องเทศ ปรุงรสนำไปทอดในน้ำมัน กินกับพริกแห้ง ต้นหอมสด และน้ำจิ้มถั่วลิสง
ร้านบาเยียพาหุรัด รถเข็นตั้งอยู่ถัดเซ็นทรัลวังบูรพา บริเวณตู้ไปรษณีย์ แต่บางครั้ง ย้ายไปขายฝั่งตรงข้าม หน้าร้านเจริญพร ร้านเปิด ทุกวัน ตั้งแต่ 10.30-15.30 น. โทรศัพท์ 089-074-4116
ขอขอบคุณข้อมูลDD : http://blog.th.88db.com/?p=2457
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น