วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ถ้าคิดไม่ออก...ลองคิดตรงข้าม

นักปราชญ์คนหนึ่งเห็นผู้ชายสองคนขี่ม้าอย่างเชื่องช้ามากผิดปกติ จึงเข้าไปถามด้วยความสงสัย ปรากฏว่าชายทั้งสองคนคือเจ้าชายของสองเมือง  ทั้งสองคนกำลังพนันว่า ผู้ที่ขี่ม้าถึงจุดหมายปลายทางก่อน คนนั้นจะแพ้ และต้องยกเมืองให้อีกฝ่าย ดังนั้นเจ้าชายทั้งสองจึงต้องขี่ม้าอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้ถึงเส้นชัยก่อน  เมื่อนักปราชญ์ได้ยินดังนั้น จึงพูดประโยคหนึ่งแก่เจ้าชายทั้งสอง หลังจากที่เจ้าชายทั้งสองได้ยินดังนั้น ก็รีบควบม้าอย่างเร็วที่สุด  ปริศนานี้คือ นักปราชญ์พูดอะไรกับเจ้าชาย ?
บางครั้งการแก้ปัญหาหรือหาความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ  ก็เป็นเรื่องยาก ถ้าเรายังใช้มุมมองแบบเดิม ๆ แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองด้วยการคิดตรงข้ามหรือคิดย้อนกลับ ก็อาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ หรือ แก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย  ในปริศนาข้างบน นักปราชญ์ใช้วิธีคิดแบบตรงข้ามโดยเสนอคำตอบที่ทำให้เจ้าชายทั้งสองได้ฉุกคิด และเปลี่ยนมุมมองของการแก้ปัญหา  โดยที่กติกายังเหมือนเดิม คือ ผู้ที่ขี่ม้าถึงเส้นชัยก่อน ผู้นั้นแพ้  คำแนะนำของนักปราชญ์ก็คือ ให้เจ้าชายสลับม้ากันขี่ ดังนั้น ม้าของใครถึงเส้นชัยก่อน เจ้าของม้าจะเป็นผู้แพ้นั่นเอง  
บางครั้งการตั้งคำถามตรง ๆ ทำให้เราคิดคำตอบไม่ออกหรือคิดได้น้อย แต่ถ้าเราตั้งคำถามในทางตรงกันข้าม เราอาจคิดคำตอบได้มากมาย เช่น ถ้าเราต้องการสมัครและทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง แทนที่เราจะตั้งคำถามว่า  “ฉันจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้บริษัทรับฉันเข้าทำงาน”  ลองตั้งคำถามตรงข้ามว่า “ทำอย่างไรบริษัทจะปฏิเสธไม่ให้ฉันเข้าทำงาน ?”  ผมเชื่อว่าเราคิดคำตอบได้มากมายครับ เช่น  ไปสาย แต่งตัวไม่เรียบร้อย ตั้งเงินเดือนสูงโอเวอร์  จีบกรรมการสมัครงาน พาสัตว์เลี้ยงเข้าห้องสัมภาษณ์ ฯลฯ  และถ้าเราย้อนกลับคำตอบเหล่านั้น คือ “ไปตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อย ตั้งเงินเดือนที่เหมาะสม ไม่พูดจาชู้สาว ไปคนเดียว”  ก็คือคำตอบของคำถามว่า  “ฉันจะทำให้บริษัทรับฉันเข้าทำงานได้อย่างไร” นั่นเอง  
ถ้าท่านผู้อ่านมีขวดซอสมะเชือเทศ คงสังเกตได้ว่า เวลาที่เราใช้ขวดซอสไปนาน ๆ ซอสมักติดก้นขวด และทำให้การเทซอสยากขึ้น  ดังนั้นคนจำนวนมากจึงวางขวดกลับด้าน คือ วางตั้งบนฝาขวด เพื่อให้เทซอสได้สะดวกขึ้น  บริษัทซอสมะเขือเทศแห่งหนึ่งสังเกตเรื่องนี้ จึงทำขวดซอสมะเขือเทศ โดยทำฉลากกลับด้าน เพื่อให้ลูกค้าตั้งขวดกลับด้านได้ทันที  นี่คือตัวอย่างการคิดตรงข้ามที่เป็นรูปธรรม
ภาพประกอบจาก Heinz.co.uk
ฉลากในซอสมะเขือเทศแบบกลับหัว
สมัยที่ผมเรียนวิชาอัลกอริทึม (Algorithm เป็นวิชาหนึ่งในศาสตร์คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนวิธี)  อาจารย์ผมสอนว่า เราต้องมองปัญหาจากหลาย ๆ มุม จึงจะแก้ปัญหาได้ และพูดถึงฉากที่มีชื่อเสียงมากฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Dead Poets Society โรบิน วิลเลียมส์แสดงเป็นครูสอนวิชากวีในโรงเรียนแห่งหนึ่ง   ฉากที่อาจารย์ผมพูดถึงคือโรบิน วิลเลียมส์ยืนบนโต๊ะเรียน แล้วท้าทายให้นักเรียนทุกคนเดินขึ้นมายืนบนโต๊ะหน้าห้องเรียน เพื่อให้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง  นี่ก็เป็นตัวอย่างของการคิดหรือมองในทางตรงกันข้ามเช่นกันครับ บางครั้งเราจะชินชากับมุมมองของเรา  แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองเป็นอีกด้าน เราอาจเห็นอะไรใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคิดมาก่อน ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ต่อหน้าเรานี่เอง

ภาพประกอบจาก tvtropes.org
ฉากที่โด่งดังจากภาพยนตร์ Dead Poets Society           
ลองอ่านปริศนาอีกเรื่อง ที่ต้องใช้วิธีคิดแบบตรงข้ามคล้าย ๆ กับปริศนาของนักปราชญ์ ผมไม่เฉลยนะครับ เพราะเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของท่านผู้อ่านแน่นอน !

ในเมืองแห่งหนึ่ง มีชาวนาคนหนึ่งที่มีลูกสาวสวยมาก ชาวนาคนนี้ติดหนี้จำนวนมากของเศรษฐีเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง  เศรษฐีคนนี้เห็นลูกสาวชาวนาสวยมาก จึงยื่นข้อเสนอแก่ชาวนาว่า “อยากได้ลูกสาวชาวนาเป็นภรรยา โดยจะเสี่ยงดวงต่อหน้าคนทั้งเมืองด้วยการใส่ลูกหินสีขาวและสีดำอย่างละลูกในขวดโหล แล้วให้ลูกสาวหยิบลูกหิน ถ้าลูกสาวหยิบได้ลูกหินสีขาว เศรษฐีจะปล่อยหนี้ทั้งหมดของชาวนา ชาวนาจะเป็นอิสระ และลูกสาวก็ไม่ต้องเป็นภรรยาของชาวนาด้วย แต่ถ้าลูกสาวหยิบลูกหินสีดำ ลูกสาวจะต้องเป็นภรรยาของเศรษฐี แต่จะปล่อยหนี้ชาวนาให้”   ทั้งชาวนาและลูกสาวต่างก็เห็นดีด้วย
เมื่อถึงวันเสี่ยงดวงต่อหน้าคนทั้งเมือง ลูกสาวชาวนาบังเอิญเห็นว่า คนของเศรษฐีใส่ลูกหินสีดำสองลูกในขวด ซึ่งผิดกติกาที่กำหนดว่าจะมีลูกหินสีดำและสีขาวอย่างละลูกเท่านั้น  แต่ทันใดนั้นลูกสาวชาวนาก็เกิดไหวพริบ ไม่ได้โวยวายแต่ประการใด ยังคงหยิบลูกหินขึ้นมาต่อหน้าคนทั้งเมือง  ปรากฏว่า ลูกสาวชาวนาสามารถทำให้พ่อเป็นอิสระ และตนเองไม่ต้องเป็นภรรยาเศรษฐีขี้โกงด้วย  คำถามคือ ลูกสาวชาวนาสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไร โดยไม่ผิดหรือเปลี่ยนกติกาใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่เปลี่ยนลูกหินด้วย ?
ขอบคุณบทความดีคีจาก : http://www.creativethailand.org/

Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites

via Freshome.com - Interior Design & Architecture Newsletter by Adriana on 5/18/11

Casa de La Flora Resort 5 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de la Flora Resort is located in a secluded ambiance near Phuket, Thailand. There are no words to describe the surroundings and anyone who has ever been in a place like this could tell you that it left him or her breathless. Featuring a series of differentiated beachfront pool villas and suites and a presidential suite, the resort offers luxurious interiors for the perfect holiday. From slippers to Wi-Fi internet access, the villas and suites offer wonderful pampering and relaxation for different events – holidays with the loved ones, relaxing alone in privacy or a splendid honeymoon. Designed by VaSLab Architecture, the resort features exceptional facilities for a surprising vacation, gathered on a 4,900 square meter property in Pangnga. The description of the resort needs no introduction: “Surrounded by Khoalak‘s pristine, breathtaking beach and benefiting the rare sense of serenity. Casa de La Flora provides the perfect getaway from the bustling city life. Not only we offer a peace of mind through the well-preserved, first-class tropical beauties and lush flowers strewn over the premise, our unique design hotel is also attentive to the design details. Triumphing aesthetically modern and cutting edge architecture.” Finally, their green concept includes water recycling and reuse, paper recycling and rain water usage. So, are you interested in visiting?

Casa de La Flora Resort 8 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 9 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 10 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 11 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 12 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 16 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 14 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 15 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 13 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 17 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 18 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 2 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 3 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 4 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 24 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 20 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 21 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 22 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 23 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 19 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 6 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites
Casa de La Flora Resort 7 Luxurious Thailand Resort Featuring Beachfront Villas and Suites

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

MAS Museum opens in Antwerp

MAS Museum opens in Antwerp
MAS Museum was conceived by Dutch architects Neutelings Riedijk as a series of boxes stacked on top of each other. Photograph by Jeroen Verrecht

MAS Museum opens in Antwerp


ARCHITECTURE

10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว

ด้วยยุคที่สื่อมีมากมายหลายประเภท รวมถึงข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ทั้งจากบทสนทนาที่ผู้ใหญ่พูดคุย ข่าวตอนเย็น หรือภาพจากหนังสือพิมพ์ เด็กๆ อาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมันช่างเยอะและมากล้นเหลือเกิน...

10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว
อีกทั้ง เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะควบคุมข้อมูลข่าวสารที่จะออกมาสู่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปความรุนแรงต่างๆ จากสงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เด็กๆ อาจจะเสี่ยงต่อการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมกับวัย
อีริก รอสสัน นักวิชาการทางจิตวิทยาและผู้อำนวยการสมาคมวิชาชีพจิตวิทยาโรงเรียน กล่าวว่า การที่เด็กได้บริโภคข้อมูลข่าวสารเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องแย่สักทีเดียว แต่ผู้ปกครองควรดูแลและควบคุมในการรับสารของเด็กๆ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเปิดข่าวตอนเย็นให้เด็กดู ขอแนะนำ 10 วิธีปฏิบัติ ในการพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบัน
วิธีที่ 1 การจำกัดการรับชมภาพและเสียงจากสื่อ เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น ทีวีแต่ละช่องจะแสดงข่าวซ้ำ้ไปซ้ำ้มา แต่เด็่กเล็กๆ อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังชมข่าวที่ฉายซ้ำอยู่ อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เด็กเล็กอาจจะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันแทน พ่อแม่ควรปิดทีวีเมื่อเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านี้เกิดขึ้น และลดเสียงทีวีลงเมื่อมีเสียงดัง เช่นข่าวยิงกัน หรือการระเบิด เพราะเด็กอาจตื่นตระหนกตกใจ
วิธีที่ 2 การอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเด็กเห็นภาพและต้องการที่จะรู้มากขึ้น ควรอธิบายแต่เพียงข้อมูลพื้นฐานและเล่าถึงบริบทที่เกิดขึ้น เช่น หากเด็กๆ เห็นภาพเครื่องบินตก หรือคนต่อสู้กัน พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง การโชว์และใช้แผนที่อธิบายจะช่วยเสริมความเข้าใจดียิ่งขึ้น
วิธีที่ 3 การเล่าถึงเหตุการณ์อย่างพอดี ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กบริโภคข่าวสารมากจนเกินไป อาทิ หากเด็กชมภาพทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม พ่อแม่ควรอธิบายว่าทหารเหล่านี้กำลังถูกนำไปส่งไปโรงพยาบาล เพื่อรักษา พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทหารเหล่านี้อยู่ที่ไหน หรือประเทศกำลังเกิดสงคราม เป็นต้น
วิธีที่ 4 ดูแลความรู้สึก เมื่อเด็กตื่นกลัว หากพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยน จากการพูดเก่งเป็นพูดน้อย และดูครุ่นคิดมากขึ้น เด็กๆ อาจจะพยายามตีความสารนั้นๆ กระตุ้นให้เด็กพูดออกมาถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่ หากลูกเล่าถึงเหตุการณ์ใหม่ ถามคำถามปลายเปิดกับเด็ก เช่น เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร ค่อยๆ ให้เด็กเล่า โดยไม่ทำให้เด็กรู้สึกบีบคั้นเกินไป หรือรู้สึกว่าข้อมูลล้น และปรับความรู้สึกโดยพ่อแม่เล่าถึงความรู้สึกของตนเองว่ารู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์นั้นๆ


วิธีที่ 5 การเรียนรู้ร่วมกัน เด็กโตอาจอยากศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากรู้เรื่องฮอร์ริเคน หรือแผ่นดินไหว ซึ่งการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติการอ่านหนังสือเพื่อศึกษาถึงตำแหน่งสถานที่ๆ เกิดเหตุในข่าวร่วมกัน จะช่วยให้เด็กผ่อนคลายความกังวลและกลัวลง
วิธีที่ 6 ตั้งสติในการให้ข้อมูล เมื่อข่าวที่เกิดขึ้นทำให้เด็กรู้สึกเครียด เด็กจะมองหาผู้ที่ให้คำแนะนำ พ่อแม่ควรตั้งสติ ไม่ว่ารูปที่ปรากฎตรงหน้าจะเป็นอะไร หากเด็กดูเครียด ย้ำกับเขาว่าที่ๆ เราอยู่ปลอดภัย
วิธีที่ 7 รักษาเวลา หากเด็กรู้สึกเครียด กังวลกับข่าว รักษาเวลาในการดูทีวีให้ปกติ หากเด็กๆ รู้สึกกลัวเวลาไปนอน หรือการไปโรงเรียน สละเวลาเพื่อช่วยลูกๆ ปรับตัวซัก 2-3 วัน เพื่อให้หายจากความหวาดกลัวนั้น
วิธีที่ 8 เล่นกับลูก เด็กจะเล่นเพื่อให้หายจากความกลัว หากเด็กยังรู้สึกกลัว เล่นกับเขาโดยการอาจเล่นเป็นนักดับเพลิง วิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟไหม้ หรือการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยคนจากสึนามิ พ่อแม่ควรเข้าไปดูแล หากลูกๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อเด็กคนอื่นๆ
วิธีที่ 9 เน้นเรื่องเชิงบวก หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรง ให้พ่อแม่เน้นเล่าเรื่องเชิงบวกแทน เช่นการเล่าถึงคนหรือองค์กรที่จะมาช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบ หรือบาดเจ็บ เป็นต้น
วิธีที่ 10 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือผลกระทบจากภัยพิบัติ อาจถามเด็กว่าอยากช่วยเหลือไหม หลังจากนั้นพยายามหาวิธีที่ลูกๆ จะมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน หรือเวลา หรือการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักต่อสาเหตุและผลกระทบ เป็นต้น
ไม่ว่าเหตุการณ์ในข่าวจะเป็นอะไร ควรหลีกเลี่ยงการอธิบายเพื่อให้จบๆไป แต่ควรใช้โอกาสในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกหลานได้เรียนรู้เชื่อมโยงโลกกับข่าวนั้นๆ
ที่มา: 10 Ways to Talk to Kids About World Events in the News โดย ซาแมนธา ครีฟเวอร์
ขอบคุณที่มาดีๆhttp://campus.sanook.com/

10 สิ่งประดิษฐ์ของโลกยุคปัจจุบัน ที่นำความเจริญให้กับมนุษย์ชาติ

ได้เป็นบันไดให้นักวิทยาศาสตร์ได้ต่อยอดมาถึงเวลานี้ อันนำมาซึ่งความสะดวกสบายให้กับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ถ้าสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ไม่ได้กำเนิดขึ้นมา เราจะไม่ได้รับอานิสงส์ในการดำเนินชีวิตที่สะดวกในเวลานี้เลย


10 ยานวอยเอเจอร์
องค์การที่ ประดิษฐ์ : นาซ่า พ.ศ. 2520 การประดิษฐ์ยานอวกาศเพื่อเก็บข้อมูลระยะไกลนั้น เป็นเวลากว่า 30 ปี ยานอวกาศ "วอยเอเจอร์ 1-2" ? ขององค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากปลายสุดของระบบสุริยะจักรวาลส่งตรงกลับมายังฐานนาซ่า บนโลกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลของดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ยูเรนัส และเนปจูนสำเร็จ




9 เด็กหลอดแก้ว

ผู้ประดิษฐ์ : แพทริก สเต็ปโท-โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ พ.ศ.2521 แพทริก สเต็ปโท นักสรีรวิทยา และโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ นรีแพทย์ ร่วมมือกันคิดค้นวิธีการผสมเทียมโดยนำอสุจิกับไข่ของมนุษย์มาผสมเทียมในหลอด แก้วเพื่อให้ปฏิสนธิมนุษย์นอกครรภ์มารดา การทดลองล้มเหลว 80 ครั้ง ในที่สุดปี 2521 วิธีผสมเทียมของทั้ง 2 คนก็ให้กำเนิดเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก หลังจากหนูน้อย "หลุยส์ บราวน์" ร้องอุแว้ในห้องคลอด ณ เมืองโอลด์แฮม ประเทศอังกฤษ




8 ดาวเทียม

เกิดขึ้นครั้งแรก : สหภาพโซเวียต พ.ศ.2500 ทันทีที่ดาวเทียม "สปุตนิก" ของโซเวียตถูกส่งออกไปนอกโลกเมื่อปี 2500 การแข่งขันด้านอวกาศระหว่าง 2 ชาติยักษ์ใหญ่ สหรัฐอเมริกากับโซเวียต ก็เปิดฉากเป็นทางการและบีบบังคับให้สหรัฐต้องส่ง "นีล อาร์มสตรอง" ไปเหยียบดวงจันทร์ในอีกประมาณ 10 กว่าปีต่อมา ดาวเทียมมีประโยชน์มากมาย ทั้งการสื่อสารไร้พรมแดน การสำรวจทรัพยากรโลกและอื่นๆอีกมากมาย




7 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี)

พลันที่ "ซิลิคอนชิป" ถือกำเนิดขึ้น "เทคโนโลยีสมองกล" ที่เรียกว่า "คอมพิวเตอร์" ก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เมื่อ 40 ปีก่อน คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องมีขนาดพอๆ กับสำนักงาน 1 แห่ง และแล้วปี 2520 พีซีขนาดตั้งโต๊ะเครื่องแรก "แอปเปิล II" ก็เผยโฉมขึ้น ตามด้วยพีซีสมรรถภาพสูง "IBM 5150" ของไอบีเอ็มที่ออกวางตลาดปี 2524 จากนั้นอีก 2 ปีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ของไมโครซอฟท์จะช่วยให้พีซีระบาดไปทั่วโลกเพราะใช้งานง่ายและสะดวกสบาย




6 โทรศัพท์มือถือ

ผู้ประดิษฐ์ : มาร์ติน คูเปอร์ พ.ศ.2516 พื้นฐานการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สาย หรือ มือถือ มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ 1940 (พ.ศ.2483) แต่ต้องใช้เวลาต่อมาอีกหลายสิบปี มาร์ติน คูเปอร์ ถึงจะสามารถประดิษฐ์มือถือเครื่องแรกของโลกให้กับบริษัทโมโตโรลา การใช้งานมือถือขยายตัวไปทั่วโลกเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจีเอส เอ็มที่ ใช้กันแพร่หลายมากกว่า 80 ประเทศ ประกอบกับราคามือถือถูกลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้งานหลากหลายขึ้น ทั้งบริการเอสเอ็มเอส วิดีโอโฟน อี-เมล ถ่ายภาพดิจิตอล ฯลฯ



5 โครงการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์
โครงการถอดรหัส พันธุกรรมมนุษย์ เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์หลายร้อยคนในสหรัฐ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น ซึ่งตั้งใจถอดรหัสการจัดเรียงตัวของ "ดีเอ็นเอ" หรือ หน่วยพันธุกรรม 3 พันล้านตัวอักษร กระทั่งประสบความสำเร็จในเดือนเม.ย. 2546 ช่วยให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์เข้าใจการทำงานของร่างกายคนเราอย่างลึกซึ้ง ที่สุดในประวัติศาสตร์



4 แกะโคลนนิ่งดอลลี่

ผู้คิดค้น : เอียน วิลมุต พ.ศ.2540 ปี 2540 เอียน วิลมุต นักวิจัยสถาบันโรสลิน เอดินบะระ สกอตแลนด์ สร้างแกะโคลนนิ่ง ตัวแรกของโลกพร้อมกับตั้งชื่อให้มันว่า "ดอลลี่" "ดอลลี่" เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรกของโลกที่สร้างโดยกระบวนการคัดลอกแบบทาง พันธุกรรม (โคลนนิ่ง) ด้วยการสกัดเอานิวเคลียส ในไข่ของแกะเพศเมียออก และสอดเอาเซลล์ร่างกาย ของแกะที่ต้องการสร้างเข้าไปแทนที่ จุดประกายความหวังในการสร้าง "มนุษย์โคลนนิ่ง" ท่ามกลางเสียงทักท้วงในโลกตะวันตกว่าหน้าที่สร้างสิ่งมีชีวิตเป็นของพระเจ้า ไม่ใช่มนุษย์



3 แผ่นซีดี

ผู้ประดิษฐ์ : คลาสส์ คอมพานน์ พ.ศ.2512 ปี 2512 คลาสส์ คอมพานน์ นักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์ ลูกจ้างบริษัทฟิลิปส์เสนอแนวคิดสร้างแผ่นออพติคัลดิสก์ หรือแผ่นซีดี เพื่อนำมาใช้เก็บข้อมูลเสียงเพลงอย่างคงทนถาวรในรูปแบบไฟล์ดิจิตอลแทนที่การ บันทึกลงแผ่นไวนิล ผู้ผลิตแผ่นซีดีผลิตออกสู่ท้องตลาดจริงๆ ในปี 2525 คือฟิลิปส์กับโซนี่จับมือกันพัฒนาซีดีขึ้นมา จนปัจจุบันได้กลายเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีคนนิยมใช้มากที่สุดในโลก



2 บาร์โค้ด

ผู้ประดิษฐ์ : นอร์แมน โจเฟซ วู้ดแลนด์ พ.ศ.2515 นอร์แมน โจเฟซ วู้ดแลนด์ เริ่มคิดค้นบาร์โค้ดมาตั้งแต่สมัยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อมาทำงานที่บริษัท ไอบีเอ็ม จึงเริ่มคิดค้นอย่างจริงจัง วัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบ จำแนกสินค้าอัตโนมัติ และในปี 2515 ก็สามารถนำเอาความก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์กับแสงเลเซอร์มาพัฒนาบาร์โค้ดจน สำเร็จ



1 เอทีเอ็ม

จุดเริ่มต้น : ธนาคารบาเคลยส์ พ.ศ.2510 ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นคนประดิษฐ์เครื่องทำธุรกรรมการเงินอัตโนมัติ หรือ เอทีเอ็ม เครื่องแรก แต่มีการขอจดสิทธิบัตรสร้างตู้เอทีเอ็มราวๆ 70 ปีก่อนโดยนักประดิษฐ์อเมริกัน ตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของโลกเปิดให้บริการโดยธนาคารบาเคลย์ส (Barclays) กรุงลอนดอน อังกฤษ ในปี 2510 ถือเป็นก้าวแรกของการทำธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปสู่การคิดค้น เทคโนโลยีรหัสรักษาความปลอดภัย (PIN) รวมทั้งการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต
หมายเหตุ ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง Toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ Toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชนทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก Toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.Toptenthailand.com จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป
ขอบคุณที่มาของบทความ : Toptenthailand
ขอบคุณแหล่งที่มาดีๆ : http://campus.sanook.com/

Thaiware.com เปิดตัวธรรมะออนไลน์ภายใต้แนวคิด “ความดี ใครๆ ก็โหลดได้”

เรียกได้ว่าเป็นอีกเว็บไซต์ของไทยที่มีความเคลื่อนไหวให้ได้เห็นกันอย่างต่อเนื่องกับ thaiware.com และล่าสุดทีมงานก็ได้เปิดหัวข้อใหม่กับ “ไทยแวร์ธรรมะออนไลน์” http://dharma.thaiware.com ภายใต้แนวคิด “ความดี ใครๆ ก็โหลดได้” โดยถือฤกษ์เปิดตัวในวันวันวิสาขบูชาพอดี

บริการธรรมะออนไลน์ดังกล่าวเปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดบทสวดมนต์ บทความธรรมะ โดยบริการข้อมูลส่งตรงถึงผู้เยี่ยมชม 3 ช่องทางคือ การดาวน์โหลด  อ่าน และฟัง ภายในเว็บเน้นภาพการ์ตูน หวังเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น เพื่อทำให้เยาวชนเห็นว่า ธรรมะหรือว่าสิ่งดีๆ นั้นอยู่ใกล้ตัวเรา โดยคุณธรรณพ สมประสงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ ผู้พัฒนาเว็บไซต์ไทยแวร์ธรรมะ กล่าวว่า “เพราะหลายคนดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปบำรุงคอมพิวเตอร์ของตัวเองกันอย่างเมามันส์ แต่ผมเพียงแค่อยากให้คนหันมาดาวน์โหลดธรรมะ เพื่อมาทำนุบำรุงจิตใจของตัวเองบ้าง โดยวันที่พวกเขามีความสุข เขาอาจไม่ได้คิดถึงเรา แต่ถ้าวันไหนเขามีความทุกข์ ต้องการที่พึ่งทางจิตใจ ก็ขอให้คิดถึงเว็บเราเป็นอันดับต้นๆ”
ซึ่งบนเว็บไซต์ dharma.thaiware.com  มีบริการบทสวดมนต์ บทคาถา หรือบทความธรรมะ น่าสนใจต่างๆ จากทุกสำนักทั่วประเทศ ซึ่งมีให้บริการทั้งแบบอ่านบนหน้าเว็บ หรือจะดาวน์โหลดเป็นไฟล์ MP3 ไปฟังบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบรับฟังวิทยุธรรมะออนไลน์ ซึ่งจะเป็นสถานีวิทยุออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีการกระจายเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตจากประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วย โดยจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ฟังสามารถรับฟังได้ทั้งบนเครื่องพีซี และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน อาทิเช่น iPhone ผ่านทั้งเครือข่าย WiFi หรือ EDGE/GPRS
โดยทางเว็บจะมีไฟล์เสียงบรรยายธรรมะต่างๆ มาหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาเปิด โดยขณะนี้มีไฟล์ธรรมะในฐานข้อมูลทั้งหมดกว่า 1,000 ไฟล์ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในเวลาอันใกล้นี้ นอกจากนั้นก็จะมีการพัฒนาเว็บไซต์ในรูปแบบของโมบายเวอร์ชั่น เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนกับขนาดความกว้างของหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในรุ่นต่างๆ ให้ได้สัดส่วน และเรียกใช้งานได้รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงการพัฒนา แอพพลิเคชั่น บนตัวโทรศัพท์ในระบบปฏิบัติการต่างๆ อาทิเช่น Android OS, iOS เพื่อให้ผู้ใช้บริการ สามารถเข้าถึงเนื้อหาบทสวด บทความ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะฟังวิทยุธรรมะได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังจะเพิ่มส่วนของเนื้อหาศาสนาคริสต์ เข้ามาด้วย
ด้าน นายวีรพล ชัยประกิจ ผู้จัดการทั่วไปกล่าวเสริมอีกว่า “นี่เป็นโครงการเพื่อสังคมของเรา โดยเราไม่ได้คาดหวังรายได้จากส่วนนี้ แต่เราหวังอยากให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมมากๆ เพื่อเป็นการสร้างชุมชนของคนรักธรรมะ และในอนาคตหากมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน อาจมีการจัดทำบุญด้วยกันก็เป็นได้”
ทีมงาน thumbsup ขอยกนิ้วให้กับความตั้งใจดีๆ ในการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับศาสนามากขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีและช่องทางใหม่ๆ ที่เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจากที่เข้าไปทดลองใช้งานก็พบว่ามีข้อมูลที่ครบถ้วนมากๆ นอกจากนั้นยังมีรูปแบบการนำเสนอที่ดูง่ายและทันสมัยอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง thumbsup ขอแนะนำให้เข้าไปลองกันดูครับ 
ขอบคุณแหล่งที่มาดีๆ : http://thumbsup.in.th/2011/05/thaiware-dhama-online/

เพื่อนร่วมงานดี มีผลทำให้อายุยืน

เพื่อนร่วมงานดี มีผลทำให้อายุยืน


เพื่อนร่วมงานดี มีผลทำให้อายุยืน

การมีเพื่อนร่วมงานที่อารมณ์ดีและสนุกสนาน สามารถลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตได้


มีการศึกษาใหม่พบว่า บทบาทของเพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะในสำนักงาน ออฟฟิศ หรือไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ตามที่มักจะแสดงออกถึงความสนุกสนานและอารมณ์ดีอยู่เสมอนั้น สามารถทำให้คุณมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาวและมีความสุข

ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข เกิดขึ้นได้จากหลายๆปัจจัย และหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อายุยืนนั้นก็คือการมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งการมีสุขภาพจิตที่ดีนอกจากจะเกิดขึ้นได้จากตัวเราเองแล้วนั้น สภาพแวดล้อมรอบตัวและคนรอบข้างก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน จากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัย Tel Aviv ในอิสราเอล ที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารเกี่ยวกับจิตวิทยาสุขภาพฉบับเดือนพฤษภาคมปี 2011 ที่ผ่านมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกับเพื่อนร่วมงานที่มีผลต่ออัตราการเสียชีวิตของคน ซึ่งผลการศึกษาได้บอกอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายในระยะยาวได้จริง

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเครียดในที่ทำงาน ความวิตกกังวลที่มีมากเกินไป หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับนายจ้างและเพื่อนร่วมงาน เหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตตามมาได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องความเครียดที่ก่อให้เกิดปัญหารุนแรงอาทิเช่นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในสมอง

สาเหตุเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ คนที่มีสุขภาพจิตดีคือคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นไปในทางดีหรือร้าย เมื่อเรามีสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็จะดีตามด้วย ซึ่งคนที่มีสุขภาพจิตดีก็คือคนที่เข้าใจตนเอง สามารถปรับตัวปรับใจได้อย่างเหมาะสมกับสังคมและสภาพความเป็นจริง เมื่อมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในชีวิตก็สามารถคิดแก้ไขได้อย่างถูกวิธี

Source: ARP Relax News
ขอบคุณที่มา :

Tintin : Spielberg



Excl. Trailer Live: The Adventures of Tintin: Secret of the Unicorn directed by Steven Spielberg 

สถาปนิก


สถาปนิก บทความดี จาก เชียงใหม่

สถาปนิกผู้หนึ่ง
ทำงานอยู่บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งมานานหลายปี ตลอดชีวิตการทำงานของเขาได้ออกแบบและสร้างสิ่งก่อสร้างให้บริษัทมากมาย ขณะนี้เขาใกล้จะปลดเกษียณ
อยู่มาวันหนึ่ง ซีอีโอได้เรียกเขาเข้าพบ
“คุณได้ทำงานใหญ่ๆให้เรามานานหลายปี ขณะนี้ผมมีงานสุดท้ายให้คุณทำก่อนเกษียณ” ซีอีโอกล่าว “ผมต้องการให้คุณออกแบบบ้านหลังหนึ่งให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งหมด ที่คุณต้องทำคือ จัดซื้อวัสดุที่ดีที่สุดและจ้างช่างที่มีประสบการณ์มาสร้าง ส่วนค่าใช้จ่าย...ไม่อั้น!”
สถาปนิกเห็นเป็นโอกาสดี
ถ้าเขาได้รับผิดชอบโครงการเพียงผู้เดียว เพราะจะไม่มีใครรู้ว่าเขาหลบงานไปไหนบ้าง ไหนๆก็จะเกษียณอยู่แล้ว ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะหาเงินพิเศษได้โดยสะดวกสบาย
สถาปนิกได้เบิกเงินงบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย แต่ใช้เพียงบางส่วนเท่านั้นในการซื้อวัสดุเกรดต่ำ และใช้คนงานที่ค่าจ้างแพงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย เขาจึงเร่งให้เสร็จโครงการโดยเร็ว จากนั้นได้รายงานซีอีโอว่า เขาได้ทำงานชิ้นสุดท้ายของเขาเสร็จแล้ว
“ดีมาก!” ซีอีโอมีสีหน้าปิติยินดี “ไปดูกันเถอะ”
เมื่อพวกเขามาถึงที่บ้านหลังนั้น สถาปนิกรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นเพื่อนร่วมงานของเขาทั้งหมดอยู่ที่หน้าบ้าน กำลังชื่นชมและพูดถึงการออกแบบของเขา สถาปนิกผู้นี้รอบรู้กลยุทธ์ทางการค้าเป็นอย่างดี และเขาได้ใช้มันเพื่อทำให้บ้านหลังนี้ดูดีที่ภายนอก...เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบ้านหลังนี้ด้วยนี่ !
ซีอีโอได้เรียกทุกคนมารวมกัน แล้วกระแอมเบาๆ
“ทุกคนคงรู้แล้วว่า สถาปนิกท่านนี้ได้ทำงานให้พวกเรามาหลายปี ขณะนี้ท่านพร้อมที่จะเกษียณแล้ว บ้านหลังนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงล่าสุดของท่าน”
จากนั้น เขาได้มอบกุญแจบ้านให้เป็นของขวัญแก่สถาปนิกและประกาศว่า
“เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการอุทิศตัวบริการพวกเรามานานหลายปี จึงขอมอบผลงานชิ้นโบว์แดงนี้ให้เป็นของขวัญแก่ท่านเนื่องในโอกาสที่ท่านปลดเกษียณ”
ขณะที่ทุกคนปรบมือให้อย่างกึกก้อง สถาปนิกยืนงงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
เมื่อเราได้ครอบครองร่างกายที่ต้องตาย และก้าวเข้าสู่โลกนี้ก็เท่ากับเรามีโอกาสที่ดีเป็นพิเศษ ขณะที่สถาปนิกได้รับงานสร้างบ้านที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราก็มีโอกาสที่จะสร้างชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขั้นตอนที่เป็นปัจจัยสำคัญ
คือการกำหนดสถานที่ตั้งในขั้นต้น ซึ่งเราได้รับโอกาสที่ดีนี้แล้ว ภารกิจขั้นต่อไปของเรานั้น ความจริงแล้วไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เพราะว่าเรามีอำนาจในการจัดหาวัสดุที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ รวมทั้งความสามารถที่มีอยู่แต่เดิมของเราจะนำพลังมหาศาลไปใช้ในโครงการนี้ได้ เรามีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในการทำงานให้ดีที่สุดครบอยู่แล้ว อำนาจที่ได้รับมอบหมายก็ชัดเจน... จ่ายได้ไม่อั้น เพื่อสร้างชีวิตที่ยิ่งใหญ่ !
ปัญหาก็คือ
ทันทีที่ทราบว่าเราคือผู้เดียวที่รับผิดชอบโครงการก่อสร้างชีวิตนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้านหนึ่งหมายถึงว่า เรามีอิสระในการออกแบบโครงการตามที่เราชอบและดำเนินการตามที่เราเห็นเหมาะสม มันเป็นอิสรภาพที่ยอดเยี่ยมและเป็นการทำให้มีชีวิตชีวา ในอีกด้านหนึ่งหมายถึงว่า ผลสุดท้ายแล้วไม่มีใครเลยเรียกร้องสางที่ดีที่สุดจากเรา หรือบังคับใช้ระเบียบวินัยกับเรา นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงมักใช้วิธีรวบรัดหรือเลี่ยงงาน ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรทำ ในเมื่อไม่มีใครคอยควบคุมดูแล ยังไงมันก็โอ.เค.อยู่แล้ว?
เราตกลงไปในหลุมพรางแห่งพฤติกรรม ทำให้ดูประหนึ่งว่าเรากำลังสร้างตัวเราเองเพื่อผู้อื่น เราสร้างภาพพจน์เพื่อให้คนอื่นรับรู้ บางทีเราบากบั่นศึกษาคำสอนทางศาสนา เพื่อให้ดูเหมือนว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม บางทีเรากล่าวโทษผู้อื่นเพื่อแสดงว่าเรามีความรู้ บางทีเราทำเป็นไม่แยแสกับหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อแสดงให้เห็นว่า “ข้าแน่”
หลุมพรางนี้
จะสนับสนุนเราให้มีนิสัยเฉื่อยชาหรือทำอะไรชุ่ยๆ เนื่องจากเราสนใจแต่เพียงว่า “ทำอย่างไรให้ภายนอกดูดีเท่านั้นเป็นพอ” ส่วนข้างในจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ดังนั้น ที่ปรากฏออกมาว่าเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนา อาจเป็นเพียงหน้ากากที่ปกปิดความไม่เข้าใจทางด้านจิตใจอย่างแท้จริงเอาไว้ การกล่าวอ้างถึงความรู้อาจเป็นเปลือกนอกของความหยิ่งยโสที่โง่เขลา การแสดงความ “แน่” ออกมาอาจเป็นการเสแสร้งเพื่อปกปิดความ “ไม่มีน้ำยา” เอาไว้
วันหนึ่ง
เมื่อตื่นขึ้นมารู้ความจริงว่า ตลอดเวลาที่คิดว่าทำงานเพื่อคนอื่นนั้น ความจริงแล้วเรากำลังทำเพื่อตัวเองเหมือนสถาปนิกในนิทาน เมื่อเราให้ตัวเราเองน้อยกว่าที่เราสามารถได้จริงๆนั้น เราไม่ได้โกงผู้อื่น หากแต่เราโกงตัวเอง
โชคดี
ที่เราไม่เหมือนสถาปนิกผู้นั้น เพราะไม่ต้องถูกปลดเกษียณ เราจึงยังมีโอกาสแก้ตัวได้ เมื่อสามารถเข้าใจได้ว่าความจริงแล้ว ตัวเราแสดงบทบาททั้งนายจ้างและลูกจ้างอยู่ในขณะเดียวกัน เราอาจสามารถเลิกบ่อนทำลายตัวเองด้วยวิธีที่สถาปนิกใช้
เมื่อรู้สึกตัวเช่นนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอีกต่อไปว่า ใครจะเฝ้ามองดูเราหรือคนจะคิดกับเราอย่างไร เรายังคงยืนหยัดกับการพัฒนาจิตใจต่อไป ไม่ว่าจะมีใครเห็นสิ่งที่เรากำลังทำหรือไม่ก็ตาม
ในตอนท้ายบทที่ 59 ของเต๋าเต็กเก็งกล่าวไว้ว่า
ด้วยกฎหลักแห่งพลังที่มีมาแต่กำเนิดนี้
บุคคลสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป
นี่คือการฝังรากลึกและเป็นรากฐานอันมั่นคง
เป็นหนทางไปสู่ความยั่งยืนและความเป็นอมตะ
ถ้าเราเพ่งความสนใจไปที่โลกภายนอกเหมือนผู้คนส่วนมากเขาทำกัน ลักษณะภายนอกที่เราสร้างขึ้นนั้น มิใช่สิ่งที่คงทนถาวร แต่ถ้าเราเพ่งความสนใจไปที่ภายในเหมือนดั่งที่ปราชญ์เต่าทำ เราจะสามารถเชื่อมโงเข้ากับกฎหลักของพลัง
บ้านที่สร้างอย่างดีเลิศจากภายในออกมา จะมีความแข็งแรงอย่างแท้จริงและคงทนต่อการทดสอบของกาลเวลา เช่นเดียวกับผู้ฝังรากลึกทางความรู้สึกนึกคิดและมีพื้นฐานทางจิตใจที่มั่นคง ก็เป็นการสร้างตัวเองจากภายในออกมา พวกเขาจะมีความเข้มแข็งที่แท้จริง และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างถาวร
เมื่อได้ตามที่เต๋าเต็กเก็งแนะนำ
เราจะกลายเป็นสถาปนิกที่แท้จริงผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเองด้วยวัตถุก่อสร้างชนิดดีเลิศ คือ ความรัก ความกตัญญู ความเบิกบาน ความอ่อนน้อมถ่อมตน และบรรดาเพื่อนร่วมงานที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ คือ ปัญญาแห่งปราชญ์
เราสามารถ
สร้างโชคชะตา
ให้เป็นงานชิ้นเอกที่แท้จริง.
หมายเหตุ ; ผมมีความเข้าใจว่า คุณเกรียงไกร เจริญโท ผู้เขียนวิเคราะห์และอธิบายธรรมจากเต๋า คงได้คัดเลือกเอาแต่ประเด็นสำคัญที่เราสามารถถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตที่ดีได้ (หากคุณศรัทธาและมีความเชื่อ) เพราะแทบทุกบทที่ผมอ่านจากหนังสือ “อยู่อย่างเต๋า” ที่คุณเกรียงไกรเขียนล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทุกคน เช่น ดังที่ผมได้นำเสนอมาให้อ่านแล้วสองสามตอน และเรื่องนี้ถึงแม้จะเน้นการปฏิบัติเพื่อพัฒนาทางจิตใจ แต่ก็เป็นความหมายในเชิงวัตถุไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
เป็นความจริงหรือเปล่านะ
ที่เราลืมกันไปว่า
แท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ
ล้วนแต่เพื่อตัวเราเองทั้งสิ้น
แต่ทำไม
เรา...

บทความดีๆจาก :