วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
คุณสมบัติของแม่ทัพ
แม่ทัพที่ดีต้องมีความสุจริต ให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม พร้อมทั้งสั่งสอนกำกับให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง หมู่ทหารจึงจะเกิดความยำเกรงและเคารพเชื่อฟัง
แม่ทัพที่ดีต้องสามารถรับฟังคำท้วงติงด้วยจิตใจกว้างขวางรอบรู้ภูมิประเทศและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นต่างๆ ล่วงรู้จุดอันตรายในการสู้รบ สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสและสถานการณ์แวดล้อมนำพากองทัพไปสู่ชัยชนะ ดังนั้นแม่ทัพที่ดีต้องเปี่ยมด้วยสติปัญญาและเมตตาธรรม ไม่ควรอิจฉาริษยาผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความคิดอ่านและมีความสามารถเหนือกว่า แต่ควรถือเป็นโชควาสนาที่ได้คนเก่งคนดีมาอยู่ร่วมด้วย นอกจากนี้ต้องหมั่นศึกษาบทเรียนความรุ่งเรืองและล่มสลายในประวัติศาสตร์เพื่อไม่ให้ผิดพลาดซ้ำรอยเดิม อาทิเช่น ดำเนินรอยตาม “วีถีแห่งผู้นำ” ในอดีตดังนี้
ประการที่หนึ่ง แสวงหาคนดีมีความสามารถ เมื่อพรั่งพร้อมด้วยคนดีมีความสามารถ ก็จะมีความคิดความเห็นอันเป็นประโยชน์มากมาย ตรงกันข้ามหากปฏิเสธคำท้วงติงตักเตือนถือว่าตนเปรื่องปราดฉลาดล้ำ ผู้มีฝีมือจะกระจัดกระจายหันหลังให้
ประการที่สอง ปูนบำเหน็จและลงโทษทัณฑ์อย่างถ้วนทั่วและเที่ยงธรรม ไพร่พลจะยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามคำสั่งด้วยความภัคดีแต่หากกระทำการตรงกันข้าม ไพร่พลจะท้อแท้หมดสิ้นกำลังใจ
ประการที่สาม จิตใจกว้างขวางโอบอ้อมอารี ผู้ใต้บังคับบัญชาจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างมีความสุข กล้าอาสารับผิดชอบงานสำคัญภารกิจทั้งปวงก็จะสำเร็จได้โดยง่าย
ประการที่สี่ ไม่โอ้อวดตนเอง ยกความดีความชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หมู่ทหารจะฮึกเหิมเข้มแข็ง
ประการที่ห้า อยู่ห่างพวกประจบสอพลอ ใกล้ชิดผู้มีคุณธรรมจิตใจย่อมเป็นสุข
ประการที่หก ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ละโมบโลภมาก ความชั่วร้ายก็ไม่อาจจะเกิดขึ้น
ประการที่เจ็ด ละทิ้งความปรารถนาทางกามารมณ์ แม่ทัพในบุคโบราณ เมื่อรับพระราชโองการก็จะไม่คิดถึงครอบครัว เมื่ออยู๋ในสมรภูมิก็จะไม่คิดถึงตนเอง หากประพฤติตรงกันข้ามไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ไพร่พลจะห่วงแต่การเสพสุขจนปั่นป่วนวุ่นวาย
หลักปฏิบัติ 7 ประการข้างต้น หากแม่ทัพล่วงละเมิด 1 ประการ หมู่ทหารจะไม่ยอมรับนับถือ หากล่วงละเมิด 2 ประการ กองทัพจะระส่ำระส่าย หากล่วงละเมิด 3 ประการ ไพร่พลจะไร้ประสิทธิภาพปละหากล่วงละเมิด 4 ประการ ประเทศชาติจะประสบภัยพิบัติ
โดย : คุณ : ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.cpall.co.th
แม่ทัพที่ดีต้องสามารถรับฟังคำท้วงติงด้วยจิตใจกว้างขวางรอบรู้ภูมิประเทศและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นต่างๆ ล่วงรู้จุดอันตรายในการสู้รบ สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสและสถานการณ์แวดล้อมนำพากองทัพไปสู่ชัยชนะ ดังนั้นแม่ทัพที่ดีต้องเปี่ยมด้วยสติปัญญาและเมตตาธรรม ไม่ควรอิจฉาริษยาผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความคิดอ่านและมีความสามารถเหนือกว่า แต่ควรถือเป็นโชควาสนาที่ได้คนเก่งคนดีมาอยู่ร่วมด้วย นอกจากนี้ต้องหมั่นศึกษาบทเรียนความรุ่งเรืองและล่มสลายในประวัติศาสตร์เพื่อไม่ให้ผิดพลาดซ้ำรอยเดิม อาทิเช่น ดำเนินรอยตาม “วีถีแห่งผู้นำ” ในอดีตดังนี้
ประการที่หนึ่ง แสวงหาคนดีมีความสามารถ เมื่อพรั่งพร้อมด้วยคนดีมีความสามารถ ก็จะมีความคิดความเห็นอันเป็นประโยชน์มากมาย ตรงกันข้ามหากปฏิเสธคำท้วงติงตักเตือนถือว่าตนเปรื่องปราดฉลาดล้ำ ผู้มีฝีมือจะกระจัดกระจายหันหลังให้
ประการที่สอง ปูนบำเหน็จและลงโทษทัณฑ์อย่างถ้วนทั่วและเที่ยงธรรม ไพร่พลจะยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามคำสั่งด้วยความภัคดีแต่หากกระทำการตรงกันข้าม ไพร่พลจะท้อแท้หมดสิ้นกำลังใจ
ประการที่สาม จิตใจกว้างขวางโอบอ้อมอารี ผู้ใต้บังคับบัญชาจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างมีความสุข กล้าอาสารับผิดชอบงานสำคัญภารกิจทั้งปวงก็จะสำเร็จได้โดยง่าย
ประการที่สี่ ไม่โอ้อวดตนเอง ยกความดีความชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หมู่ทหารจะฮึกเหิมเข้มแข็ง
ประการที่ห้า อยู่ห่างพวกประจบสอพลอ ใกล้ชิดผู้มีคุณธรรมจิตใจย่อมเป็นสุข
ประการที่หก ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ละโมบโลภมาก ความชั่วร้ายก็ไม่อาจจะเกิดขึ้น
ประการที่เจ็ด ละทิ้งความปรารถนาทางกามารมณ์ แม่ทัพในบุคโบราณ เมื่อรับพระราชโองการก็จะไม่คิดถึงครอบครัว เมื่ออยู๋ในสมรภูมิก็จะไม่คิดถึงตนเอง หากประพฤติตรงกันข้ามไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ไพร่พลจะห่วงแต่การเสพสุขจนปั่นป่วนวุ่นวาย
หลักปฏิบัติ 7 ประการข้างต้น หากแม่ทัพล่วงละเมิด 1 ประการ หมู่ทหารจะไม่ยอมรับนับถือ หากล่วงละเมิด 2 ประการ กองทัพจะระส่ำระส่าย หากล่วงละเมิด 3 ประการ ไพร่พลจะไร้ประสิทธิภาพปละหากล่วงละเมิด 4 ประการ ประเทศชาติจะประสบภัยพิบัติ
โดย : คุณ : ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.cpall.co.th
เว็บปรมาจารย์ด้านกราฟิค
แนะนำเว็บปรมาจารย์ด้านกราฟิคน่าเอาเยี่ยงอย่าง kashiwa satohttp://t.co/8FO1s4O
Dany Giles Stackable Cardboard Shelving
Dany Giles Stackable Cardboard Shelvinghttp://dsgnr.us/jszkWj
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ยินดีต้อนรับสู่ "หมู่บ้านโมโนวี" เมืองประหลาดของสหรัฐฯ ที่มีประชากรแค่คนเดียว แถมเป็นหญิงอีกต่างหาก
นางเอลซี่ ไอเลอร์ วัย 77 ปี กลายเป็นประชากรที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านเพียงคนเดียว ของหมู่บ้าน"โมโนวี" หมู่บ้านเล็กๆทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเนบราสก้า สหรัฐอเมริกา

ป้ายแสดงการเข้าสู่"โมโนวี ประชากร 1 คน"
บ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้าง ถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ขึ้นรกชัฏ และความรกร้างว่างเปล่า เป็นสิ่งที่อธิบายได้ถึงสภาพในปัจจุบันของหมู่บ้านแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี และสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสังคมชนบทของสหรัฐฯในช่วงยุคศตวรรษที่ 20 ได้อย่างเด่นชัด
รายงานข่าวกล่าวว่า ตามข้อมูลสำมะโนประชากรที่มีการสำรวจเมื่อปี 2010 โมโนวี เป็นเมือง หมู่บ้าน หรือนครที่ปกครองโดยระบบเทศบาล เพียงแห่งเดียวในสหรัฐฯที่มีประชากรอาศัยเพียง 1 คน ตามรายงานยังระบุว่า เมื่อปี 2000 หมู่บ้านโมโนวีเคยมีประชากรอาศัย 2 คน ซึ่งก็คือนางเอลซี่ และสามีของเธอ รูดี้ ซึ่งเสียชีวิตลงเมื่อปี 2004

นางเอลซี่ ไอเลอร์ เดินผ่านอาคารร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นร้านขายของชำมาก่อน
นางเอลซี่กล่าวอย่างติดตลกว่า นับตั้งแต่นั้น จำนวนประชากรของหมู่บ้านก็ลดลงอย่างอวบฮาบถึงร้อยละ 50 แต่ถึงกระนั้น เธอยังคงยืนยันที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไป หลังจากสามีของเธอเสียชีวิตลง "ที่นี่คือบ้านของฉัน" เธอกล่าว
นางเอลซี่ ดำเนินการและเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงแห่งเดียวของเมือง ซึ่งก็คือร้านอาหาร"โมโนวี ทาเวิร์น" โดยมีคำโปรยที่ว่า "เบียร์เย็นเจี๊ยบที่สุดในเมือง" แน่นอน เพราะมันเป็นสถานที่เดียวในหมู่บ้านที่ขายเบียร์
เธอจะเปิดขายอาหารตั้งแต่ 9 โมงเช้า กระทั่งถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม นอกจากนั้นเธอยังได้เปิดห้องสมุดประจำหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหนังสือกว่า 5,000 เล่ม เพื่อให้นักท่องเที่ยว นักเดินทาง และคนขับรถบรรทุกที่ผ่านไปมาได้ใช้บริการ
หมู่บ้านโมโนวี ก่อตั้งขึ้นโดยผู้อพยพชาวยุโรปในปี 1902 และเมื่อย้อนไปในปี 1930 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หมู่บ้านมีความเจริญสูงสุด โมโนวีมีประชากรทั้งสิ้น 150 คน อย่างไรก็ดี ประชากรก็ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้น หลังจากรถไฟที่วิ่งระหว่างเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเนบราสก้า และเมืองวินเนอร์ รัฐเซาธ์ ดาโกต้า หยุดให้บริการลงเมื่อปี 1971

"เบียร์เย็นเจี๊ยบที่สุดในเมือง!"
แต่เดิมที จากหมู่บ้านเกษตรกรรม ระบบการผลิตเชิงอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหมู่บ้าน คนหนุ่มสาวอพยพเข้าเมืองใหญ่เพื่อหางานทำ การอพยพเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับความตกต่ำอย่างถึงขีดสุดของเศรษฐกิจในชนบทของสหรัฐฯ ในรอบ 60 ปีในขณะนั้น

ภาพถ่ายหมู่บ้านโมโนวีเมื่อปี 1908 ขณะที่ในปัจจุบันบ้านเรือนส่วนใหญ่ได้ผุพังไปตามกาลเวลา


อดีตร้านขายของชำที่ปิดตัวลง เนื่องจากเจ้าของร้านถูกเกณฑ์ไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ห้องสมุดเพียงแห่งเดียวของหมู่บ้าน ซึ่งรูดี้ สามีของเธอสร้างไว้ก่อนเสียชีวิต

บรรยากาศภายในห้องสมุด

ถนนบัตต์ สตรีท อดีตถนนสายหลักของเมือง มีวัชพืชขึ้นอยู่ทั่วไป

ถนนหลุยซา เต็มไปด้วยวัชพืชเช่นกัน





โบสถ์นิกายเมโธดิสต์แห่งเดียวของหมู่บ้าน ถูกใช้งานครั้งล่าสุดเพื่อจัดพิธีศพของบิดาของประชาชนภายในหมู่บ้านคนหนึ่ง เมื่อปี 1960

นางเอลซี่พูดคุยร่วมกับเพื่อนๆจากชุมชนใกล้เคียง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเสมอๆ

ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองโมโนวี (ที่มา: Google Maps)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.matichon.co.th/
10 อันดับเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
อันดับ 10 Cahokia
ว่ากันว่าเมืองชื่อเก๋นี้มีคนอาศัยอยู่สามหมื่นคนทีเดียว ตั้งอยู่ที่แถวรัฐอิลลินอยส์ แถวๆ อเมริกาเหนือ และเรียกได้ว่าเป็นเมืองแรก จริงๆ ของประเทศมหาอำนาจนี้ ที่นี่มีอารยธรรมริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้เกิดขึ้น มีสถาปัตยกรรมต่างๆ มากมาย ที่บอกให้รู้ถึงความเจริญที่เคยมีมาในอดีต น่าสนใจมาก
อันดับ 9 Xi’an
ซีอาน เป็นเมืองที่เข้มแข็ง และแข็งแกร่งมาก ที่เมืองนี้มีสิ่งที่น่าตื่นตาคือกองทัพของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ถูกสร้างเป็นรูปปั้นกว่า 3,000 รูป ว่ากันว่าสุสานของพระองค์ก็อยู่แถวนี้ด้วย และถ้าหาเจอ ก็น่าจะมีสมบัติอยู่มากมายทีเดียว
อันดับ 8 Great Zimbabwe
ที่อัฟริกานี้เอง เกิดเมืองก่อนพวกยุโรปเสียอีกแน่ะ เมืองนั้นชื่อว่าซิมบับเว เชื่อกันว่ามีอารยธรรมที่พร้อมมูลทุกอย่าง มีการพบหลักฐานของการสร้างรูปปั้น และสถาปัตยกรรมต่างๆ มากมายเป็นจักรวรรดิย่อยๆ เลยละ
อันดับ 7 Thebes
เมื่อพูดถึงอียิปต์ คนมักคิดถึงไคโรเป็นหลัก แต่ว่าหัวใจหลักของที่นี่คือเมืองที่อยู่แถวแม่น้ำไนล์อย่าง ธีปส์ ที่เป็นเมืองหลวงมากว่า 4500 ปี มีวัดศักดิ์สิทธิ์อย่าง คาร์นัค และลัคซอร์ ที่เป็นที่รู้จักกันดี
อันดับ 6 Tenochtitlan
เมืองแห่งตำนาน ที่เคยเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกนี้ตั้งอยู่ที่เม็กซิโก ได้รับความเชื่อว่าเมื่อก่อนมีคนอาศัยถึงสามแสนคนทีเดียว และพวกสเปนก็อพยพเข้ามา นำอารยธรรมมากมายเข้ามาเผยแพร่ สืบต่อมาจนวันนี้
อันดับ 5 Cuzco
เมื่อก่อนมีคำว่า All roads in the Incan empire lead to Cuzco ก่อนที่จะมาเป็น All roads lead to Rome เมืองแห่งนี้มีความเจริญ รุ่งเรืองอย่างมาก และเคยเป็นที่กล่าวถึงอย่างหนาหูทีเดียว
อันดับ 4 สวนลอยฟ้าแห่งบาบิโลน
อันนี้เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่ๆ เมืองบาบิโลน ที่มีประวัติศาสตร์ซับซ้อนซ่อนเงื่อนสุดๆ เป็นเมืองเก่าที่มีชื่อเสียงจริงๆ และมีจุดเด่นมาก เป็นหอคอยที่สูงเสียดฟ้า ขนาดใหญ่มหึมา
อันดับ 3 Constantinople
คอนสแตนติโนเบิล เมืองที่จักรพรรดิเมื่อก่อนสร้างไว้ เพื่อมาอยู่อาศัยสลับกับโรม เมืองนี้จึงเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีชื่อเสียงที่สุด ทั้งใหญ่โต ร่ำรวยไปด้วยอารยธรรม มหาวิทยาลัย โบสถ์ ฯลฯ มากมายจริงๆ
อันดับ 2 Athens
เอเธนส์ สถานที่เกิดของประชาธิปไตย ปรัชญา และโอลิมปิก ช่างเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจริงๆ เลย และได้สร้างอะไรหลายๆ ตกทอด มาถึงชาวโลกมากมายด้วย มีทั้งวิหารพาเธนอนที่สวยงาม และมีสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่น่าชมจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ ที่นั่นจะสลายไปก็ตาม แต่อิทธิพลที่ตกทอดมา ไม่เคยจางไปไหนเลยจริงๆ
อันดับ 1 Rome
ท่านเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว” ไหมครับ กรุงโรมคงจะมีอาณาจักรที่ใหญ่มากอย่างแน่นอน ที่นี่มีเรื่องราว,วัฒนธรรมที่หลากหลายอย่างมาก เคยเป็นจักรวรรดิที่รุ่งเรืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีอารยธรรมที่ก้าวไกลกว่าเมืองอื่นๆ ทั้งหมด ประชากรอยู่กันอย่างแสนสบาย เรียกว่าเป็นอีกเมืองที่ทั้งเก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก
ขอขอบคุณข้อมูล/ภาพประกอบจาก toptenthailand.com
และขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.one-sabai.com/
“หลวงพระบาง” เมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ
|
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)









